UFABET

777UFABET คือบริษัทเว็บไซต์ผู้ให้บริการ พนันออนไลน์ อันดับ 1 ของประเทศไทยและอันดับ 1 ของเอเชีย มีความมั่นคงทางการเงินสูง

หวนคืนพรีเมียร์ลีก คอนเต้รับงานคุมไก่เดือยทอง

อันโตนิโอ คอนเต้หวนคืนพรีเมียร์ลีก หลังรับงานคุมทีมสเปอร์ส

อันโตนิโอ คอนเต้
ว่าที่กุนซือ ไก่เดือยทอง

อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซืออิตาเลี่ยนตกลงที่จะกลับมารับงานใน พรีเมียร์ลีก อีกรอบเรียบร้อยแล้วหลังตอบรับข้อเสนอคุมทีม สเปอร์ส ต่อจาก นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต้ ที่ถูกตะเพิด จากการรายงานของ ฟาบริซิโอ โรมาโน่ เหยี่ยวข่าวคนดังเมื่อช่วงเช้าวันอังคาร สล็อต

อดีตนายใหญ่ทีม อินเตอร์ มิลาน ซึ่งเคยประสบความสำเร็จกับ เชลซี มาก่อนได้รับการทาบทามจาก ไก่เดือยทอง อีกรอบหลังจากพวกเขาปลดกุนซือเลือดฝอยทองออกจากตำแหน่งในเวลาเพียงแค่สี่เดือน และกลายเป็นว่า คอนเต้ สนใจที่จะเจรจากับทีมดังแห่งกรุงลอนดอนถึงขนาดนั่งเครื่องบินเจ็ตมาที่อังกฤษทันที

และหลังจากมีการเปิดเผยว่า สเปอร์ส เสนอสัญญาให้ คอนเต้ คุมทีมไปจนถึงเดือนมิ.ย.2023 ล่าสุดยอดโค้ชวัย 52 ปีก็ตอบตกลงเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของ ไก่เดือยทอง ufabet แล้วหลังประทับใจแผนงานที่ทั้งประธานสโมสร แดเนี่ยล เลวี่ และผู้อำนวยการกีฬา ฟาบิโอ  ปาราติชี่ คนบ้านเดียวกันที่เคยร่วมงานกับเขาในทีม ยูเวนตุส เมื่อสิบปีที่แล้วนำเสนอ

นอกจาก คอนเต้ แล้ว คริสเตียน สเตลลินี่ มือขวาคนสนิทก็จะตามมาช่วยงานเขาที่ทีม ตราไก่ ด้วยเช่นกัน แต่ ฟุตบอลอิตาเลีย และ สกาย อิตาเลีย ยืนยันว่าอดีตกุนซือทีม เชลซี จะเซ็นสัญญากับ ไก่เดือยทอง อย่างแน่นอน 

ขณะเดียวกัน กัลโช่แมร์คาโต้ สื่ออิตาเลี่ยนได้รายงานว่า คอนเต้ ซึ่งเคยได้แชมป์ลีกเมืองพิซซ่ากับ ยูเวนตุส สามปีซ้อนร้องของบการสร้างทีมขึ้นมาใหม่เพื่อไล่ล่าความสำเร็จให้กับ สเปอร์ส สูงถึง 237 ล้านปอนด์ (ราว 10,928 ล้านบาท)  หลังเคยปฏิเสธการรับงานกับ ไก่เดือยทอง ในช่วงซัมเมอร์

สำหรับเกียรติประวัติในอาชีพกุนซือของ คอนเต้ ประกอบไปด้วยแชมป์ เซเรียอา สี่ครั้ง , แชมป์ ซูเปอร์โค้ปป้าอิตาเลีย สองครั้ง , แชมป์ พรีเมียร์ลีก 1 ครั้ง และแชมป์ เอฟเอคัพ หนึ่งครั้ง หมาป่าฟอร์มดีต่อเนื่อง เปิดบ้านเฉือนทอฟฟี่

ประวัติ อันโตนิโอ คอนเต้

อันโตนิโอ คอนเต้
คอนเต้ในสมัยที่ยังโลดแล่นกับยูเวนตุส

ในสมัยที่ยังเป็นนักเตะ คอนเต้ เป็นผู้เล่นอเนกประสงค์ ยืนกองกลางแบบบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ และคว้าแชมป์มาแล้วมากมาย ตลอดชีวิตการค้าแข้ง เขาลงเล่นให้เพียงแค่ 2 สโมสรเท่านั้น joker gaming

โดยเริ่มต้นการค้าแข้งกับทีมในบ้านเกิดอย่างลีเซ่ ทางตอนใต้ของอิตาลี ก่อนจะย้ายมาร่วมทีมยูเวนตุสในเวลาต่อมา

ซึ่งระหว่างที่ค้าแข้ง คอนเต้คว้าแชมป์มาแล้วมากมายถึง 15 ใบ ทั้ง เซเรีย อา 5 สมัย , โคปา อิตาเลีย 1 สมัย , อิตาเลียนซูเปอร์คัพ 4 สมัยและยังได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก – ยูฟ่า คัพ-ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์คัพ-อินเตอร์คอนติเนลตัล คัพ และ ยูฟ่า อินเตอร์โตโต้ คัพ อีกอย่างละ 1 สมัย

บทบาทผู้จัดการทีม

หลังจากที่เล่นให้ทีมยักษ์ใหญ่ของอิตาลีไปมากกว่า 400 นัด คอนเต้ ก็ประกาศแขวนสตั๊ดในปี 2004 และเริ่มต้นการทำงานในฐานะกุนซือกับสโมสรลีกล่างของอิตาลี อย่าง อาเรซโซ่ เป็นสโมสรแรกในปี 2006

ก่อนย้ายมาคุมบารี่ในปีเดียวกันนั้น และพาทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาในดิวิชั่นสูงสุดได้สำเร็จ หลังจากนั้นในปี 2009 ก็ย้ายไปคุมทีมอตาลันต้าอยู่ช่วงสั้นๆ ก่อนจะสร้างเสียงของตัวเองจนได้ขึ้นมาคุมซีน่า ในเซเรีย อา

นำม้าลายกลับสู่ความยิ่งใหญ่

คุมทีมเซียน่าได้ 1 ปี ยูเวนตุสก็ได้ให้สนใจในตัวเขาจนในที่สุด ก็ประกาศแต่งตั้งขึ้นมาคุมทีมอย่างเป็นทางการในปี 2011 และคุมทีมเป็นระยะเวลา 3 ปี ในระหว่างปี 2011-2014

ซึ่งในช่วง 2 ฤดูกาลก่อนที่คอนเต้เข้ามาเป็นผู้จัดการทีม ฟอร์มของทีมม้าลาย ไม่ค่อยสู้ดีนัก โดยพวกเขาจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 7 ซึ่งหลังจากการเข้ามาของคอนเต้ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงของสโมสรมากมาย วิธีสมัครสมาชิก ufastar แบบใหม่

ยูเวนตุสที่ดูเหมือนจะไม่ใช่ทีมในระดับแถวหน้าของประเทศอีกต่อไป กลับมาครองยิ่งใหญ่อีกครั้งภายในการคุมทัพของ คอนเต้ โดยพวกเขาสามารถคว้าแชมป์เซเรียอามาครองได้ 3 สมัยรวดและเขาเป็นโค้ชยอดเยี่ยมประจำแห่งเซเรีย อา ทั้ง 3 ฤดูกาลนั้น ซึ่งนับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1930 เพียงฤดูกาลแรกที่เขาเข้ามาคุมทีม

คอนเต้พายูเวนตุสสร้างสถิติอันสวยหรูมากมายด้วยการไม่แพ้ใครในเกมลีกตลอดทั้งฤดูกาล ในฤดูกาล 2011/12 นับเป็นทีมที่สามในเซเรีย อาที่ทำได้ บาคาร่า และในฤดูกาล 2013/14 

ยูเวนตุสทำคะแนนได้สูงสุดที่ 102 แต้มเป็นประวัติศาสตร์มากที่สุดในหนึ่งฤดูกาล ในช่วงเวลา 3 ปีที่เป็น ผู้จัดการทีม คอนเต้พายูเวนตุส คว้าแชมป์มากมาย นอกจากแชมป์ เซเรีย อา สามสมัยซ้อนแล้ว ยังมี แชมป์ อิตาลี ซูเปอร์คัพ อีก 2 สมัย ก่อนจะประกาศวางมือเพื่อไปคุมทีมชาติอิตาลีในเวลาต่อมา

คุมทัพอัซซูรี่สู้ศึกยูโร

หลังจากนั้น คอนเต้พาอิตาลีผ่านเข้ารอบคัดเลือกยูโร 2016 ได้ด้วยการไม่แพ้ใคร 10 นัด และยังทำผลงานได้น่าประทับใจในรอบสุดท้ายด้วย เอาชนะเบลเยี่ยมในนัดเปิดรายการ 2-0 ต่อด้วยชนะสวีเดน 1-0

หลังจากที่ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์โดยเป็นท็อปของกลุ่ม อิตาลีก็มาชนะสเปนได้ด้วยสกอร์ 2-0 ก่อนจะมาแพ้การดวลจุดโทษในรอบก่อนรองชนะเลิศที่พบกับเยอรมนี pg slot

อันโตนิโอ คอนเต้
นำเชลซีคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก

คว้าแชมป์กับเชลซี

หลังจากจบศึกยูโร 2016 ตอนเต้ก็เดินทางมาลอนดอนเพื่อมาเป็นผู้จัดการทีมเชลซีที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ คอนเต้เก็บคะแนนตั้งแต่เริ่มจนถึงกลางฤดูกาลแรกได้มากกว่าผู้จัดการเชลซีคนอื่นๆ  เก็บชัยชนะได้ติดต่อกัน 13 นัด ซึ่งเท่ากับสถิติที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลเดียว

ทำให้กุนซือชาวอิตาเลียนรายนี้คว้ารางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำเดือนตุลาคม , พฤศจิกายนและธันวาคมมาครอง และไม่มีใครที่เคยได้รางวัลนี้ติดต่อกัน 3 เดือนมาก่อนและ ufabet

คอนเต้ พาเชลซีโกยแต้มหนีคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น ถึงแม้จะมีสะดุดในบางช่วงแต่พวเขาก็เอาตัวรอดเป็นแชมป์ได้ในที่สุด แม้ว่าจะเหลือเกมลงเตะอีก 2 นัดก็ตาม 

ข่าวที่น่าสนใจ
ยูงทองพ้นโซนตกชั้น หลังบุกชนะนกขมิ้น
ตราหมีชนะแล้ว เปิดบ้านอัดเบติส 3-0

ทีมยอดเยี่ยม พรีเมียร์ลีกนัดที่ 9 ที่เชลซีและลิเวอร์พูลติดรวมกัน 8 คน

เป็นสัปดาห์ที่มีตัวเลือกมากมายให้ติดเข้ามาใน ทีมยอดเยี่ยม พรีเมียร์ลีกนัดที่9 และด้วยผลงานยอดเยี่ยมทั้งจากผู้เล่น เชลซี กับ ลิเวอร์พูล ทำให้มีแข้งจากสองทีมนี้ติดเข้ามารวมกันถึง 8 ราย ส่วนอีก 3 คนเป็นใครกันบ้าง ไปดูกันได้เลย

ผู้รักษาประตู

อลีสซง เบ็คเกอร์

พรีเมียร์ลีกนัดที่9

เซฟช่วยทีมได้สามครั้ง และยังผ่านบอลด้วยเท้าแน่นอนมาก ๆ ในรอบ 10 เกมลีกหลังสุด อลีสซง เก็บคลีนชีตได้ถึง 7 นัด

กองหลัง

เบน ชิลเวลล์

หวนยึดตัวจริงตรงพื้นที่แบ็กซ้าย “สิงห์บลูส์” ในเกมลีก 3 นัดติดต่อกัน UFABET ไม่น่าเชื่อว่าทุกนัดดังกล่าวเจ้าตัวจะเบิกสกอร์ได้ทั้งหมด ซึ่งหากย้อนไปก่อนหน้านี้เมื่อนัดสุดท้ายของซีซั่นก่อน เท่ากับว่า ชิลเวลล์ ยิงในลีกมาแล้ว 4 เกมติดต่อกัน pg slot

อิบราฮิม่า โกนาเต้

พรีเมียร์ลีกนัดที่9

ได้รับโอกาสแบบเซอร์ไพรส์ และผลที่ออกมาก็ไม่ทำให้ใคร ๆ ผิดหวัง อาศัยความเร็ว กับความใหญ่เบียดบังกดไม่ให้แนวรุก แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นบอลได้ง่าย

จากเกมนี้ โกนาเต้ เคลียร์บอลได้ถึง 8 ครั้งมากที่สุดในสนาม

รีซ เจมส์

ได้โอกาสกลับคืนตัวจริงอีกครั้ง แทนที่ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า และมีชื่อทำสกอร์ได้ในเกมนี้จากจังหวะเติมเกมสูงแล้วซัดด้วยขวาเน้น ๆ 

    เจมส์ มีส่วนร่วมกับประตูโดยตรง 4 ประตูจากการออกสตาร์ทตัวจริง 4 เกมลีกหลังสุด( 2 ประตู 2 แอสซิสต์) ทั้งที่ 2 ฤดูกาลแรกในลีก เขายิงได้แค่ประตูเดียวเท่านั้น joker gaming

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

ไม่ได้เจองานหนักมากในการรับมือ มาร์คัส แรชฟอร์ด อีกทั้งยังเติมเกมบุกจนสามารถปาดบอลให้ ดิโอโก้ โชต้า ทำประตูที่สอง และยังเกือบมีสกอร์จากลูกยิงไกล แต่ถูก ดาบิด เด เคอา บินเซฟไว้ได้

กองกลาง

เมสัน เมาท์

กลายเป็นพระเอกประจำนัดที่ เชลซี ถล่ม นอริช แบบขาดลอย 7-0 โดยแข้งดีกรีทีมชาติอังกฤษ มาซัดแฮตทริกได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ อีกทั้งยังมีชื่อแอสซิสต์ให้แก่ รีซ เจมส์ สล็อต

เมาท์ กลายเป็นผู้เล่นคนที่ 20 ของ เชลซี ที่ทำแฮตทริกได้ในศึก พรีเมียร์ลีก โดยมีแค่ อาร์เซน่อล ทีมเดียวเท่านั้นที่ผู้เล่นทำแฮตทริกได้มากหน้าหลายตาที่สุด (21 คน) แทงบอลออนไลน์ ที่นี่ ufabet

เอมิล สมิธ-โรว์

เล่นได้อย่างโดดเด่น มีชื่อทั้งทำประตูและแอสซิสต์ แทงบอล โดยเป็นครั้งที่สองแล้วที่เจ้าตัวทำทั้งสองอย่างในเกมเดียวกัน ต่อจากเกมเอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ 3-1

นาบี้ เกอิต้า

พรีเมียร์ลีกนัดที่9

เบิกสกอร์แรกให้กับ ลิเวอร์พูล ไม่เพียงเท่านั้นแข้งทีมชาติกินี ยังเป็นตัวเคลื่อนบอลจนได้ประตูที่สอง และยังแอสซิสต์ให้ โม ซาลาห์ ในประตูที่สาม น่าเสียดายที่เจ้าตัวได้รับบาดเจ็บจากจังหวะเข้าปะทะกับ ปอล ป็อกบา จนต้องถูกหามออกจากสนาม

นับตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2019 ที่เจอกับ บอร์นมัธ นี่คือครั้งแรกที่ เกอิต้า ทำประตูกับแอสซิสต์ได้ในเกมเดียวกัน

กองหน้า

ฟิล โฟเด้น

ในเกมที่ต้องรับบทกองหน้า ผลที่ออกมาคือทำได้ดีสุด ๆ โฟเด้น มีสกอร์ฝากแฟน ๆ 2 ตุงพ่วงด้วยแอสซิสต์ช่วงท้ายเกมอีกหนึ่งครั้ง

ดาวโรจน์วัย 21 ปีมีส่วนร่วมกับประตูโดยตรง 3 ลูกในเกมลีกเกมเดียวเป็นครั้งแรก ( 2 ประตู 1 แอสซิสต์)

โจชัว คิง

พระเอกของ “แตะอาละวาด” ที่กำราบ เอฟเวอร์ตัน คา กูดิสัน พาร์ค ซึ่งเป็นการสอยประตูทีมเก่าที่เจ้าตัวลงเล่นเมื่อปีก่อน 

อดีตเด็กปั้น “ปีศาจแดง” กลายเป็นผู้เล่นคนที่ 3 ของศึก พรีเมียร์ลีก ที่ทำแฮตทริกได้ใส่ทีมเก่าของตัวเอง โดยก่อนหน้านี้มี แอนดี้ โคล(อยู่ แมนฯ ยูไนเต็ด ยิง นิวคาสเซิ่ล) และ มาร์คัส เบนท์ (อยู่ วีแกน ยิง แบล็คเบิร์น) เล่น การพนันฟุตบอล

โมฮาเหม็ด ซาลาห์

salah

เชลซี มี เมาท์ ที่ยิง 3 จ่าย 1 ลิเวอร์พูล ก็มี ซาลาห์ ที่ยิง 3 จ่าย 1 เช่นกัน

ดาวเตะหมายเลข 11 ระเบิดแฮตทริกที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด พร้อมส่งให้ตัวเองเป็นนักเตะแอฟริกัน ที่ยิงประตูใน พรีเมียร์ลีก มากที่สุดแซงหน้า ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา จึงทำให้ โม ซาลาห์ ติดอยู่ใน ทีมยอดเยี่ยม พรีเมียร์ลีกนัดที่9 อย่างไม่ต้องสงสัย

นอกจากนี้ ดาวยิงไอยคุปต์ ยังเป็นผู้เล่นคนแรกที่สามารถบุกมาทำแฮตทริกได้ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในเกมลีก นับตั้งแต่ที่ เดนนิส ไบลี่ย์ (ควีนส์พาร์ค) เคยทำไว้เมื่อเดือนมกราคม ปี 1992

บทความที่น่าสนใจ
ชุดขาวบุกคว่ำบาร์ซ่า ในศึกเอลกลาซิโก
โอลด์แทรฟฟอร์ด รีสอร์ทแอนด์สปา

เป็นเกมที่น่าเสียดายสำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ไม่สามารถคว้าชัยชนะในบ้านตัวเองต่อ เอฟเวอร์ตัน ได้ โดยผู้เล่นที่ทำผลงานเข้าตา ทีมยอดแย่ นัดที่7 มากที่สุดมีด้วยกันถึง 3 คน ส่วนคู่อื่นๆ จากทีมอื่นๆ จะมีใครติดเข้ามาบ้าง ไปดูกันได้เลย

ผู้รักษาประตู

คาร์ล ดาร์โลว์ – นิวคาสเซิ่ล

ทีมยอดแย่ นัดที่7

มีโอกาสเซฟประตูแค่หนเดียว UFABET และที่เหลือก็พลาดท่าให้กับ ฮวาง อี-ชาน จนถึงตอนนี้ สาลิกาดง ยังหาชัยชนะในลีกไม่เจอเลย

กองหลัง

ฮาเวียร์ มานกีโญ่ – นิวคาสเซิ่ล

ทีมยอดแย่ นัดที่7

เรื่องเกมรับทำได้ไม่มีเท่าไหร่ เมื่อไม่สามารถเข้าปะทะ หรือเอาชนะตัวประกอบได้เลย

โจอาชิม อันเดอร์เซ่น – คริสตัล พาเลซ

ทำผิดพลาดสุดเลวร้าย มอบของขวัญให้ เคลิชี่ อิเฮียนาโช่ ซัดประตูให้ เลสเตอร์ ขึ้นนำ ก่อนที่จะตัดบอลพลาดจนบอลเลยไปถึง เจมี่ วาร์ดี้ เจาะประตู พาเลซ เป็นครั้งที่สอง

วิคเตอร์ ลินเดอเลิฟ – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ดูไม่นิ่งเลยยามที่ เอฟเวอร์ตัน พุ่งเป้าเล่นงานที่เขา ไม่ว่าจะลูกบนพื้นหรือลูกกลางอากาศ มีความวิตกกังวลในการตัดสินใจ

เจมส์ มิลเนอร์ – ลิเวอร์พูล

 ในวันที่ต้องมารับบทบาทตรงตำแหน่งแบ็กขวา แข้งวัย 34 ปีเจอความยากลำบากในการรับมือ ฟิล โฟเด้น อีกทั้งยังสุ่มเสี่ยงต่อการโดนใบเหลืองที่สอง แต่สุดท้ายก็รอดตัวได้ จึงได้เข้ามาอยู่ในทีมยอดแย่ นัดที่7 พรีเมียร์ ลีก แทงบอลออนไลน์ ที่นี่ แทงบอล

กองกลาง

เฟร็ด – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ทีมยอดแย่ นัดที่7

ครึ่งแรกมีจับบอลพลาดและเสียบอลอยู่บ้าง แต่ที่เข้าตาจริง ๆ คือการประกบ เดมาไร เกรย์ ก่อนมีส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมต้องเสียประตู

เจมส์ วอร์ด-เพราส์ – เซาธ์แฮมป์ตัน

แม้จะเป็นผู้สังหารจุดโทษตามตีเสมอให้ ทีมนักบุญ แต่กัปตันทีมอย่าง วอร์ด-เพราส์ ดันไปเข้าบอลอันตรายใส่ จอร์จินโญ่ และถูกใบแดงไล่ออกในที่สุด ผลสรุป เซาธ์แฮมป์ตัน กลับออกจาก เดอะ บริดจ์ แบบไร้แต้ม เพราะไปเสียอีกสองประตูหลังจากเหลือ 10 คน

ดั๊กลาส ลุยซ์ – แอสตัน วิลล่า

เป็นเกมที่ทำหน้าที่ได้ไม่ตามมาตรฐานเอาเสียเลย ช่วงท้ายเกมทำเสียฟาวล์ง่าย ๆ หลายครั้ง ซึ่งทำให้ทีมเสียโอกาสในการทวงประตูตีเสมอ เล่น การพนันฟุตบอล

โอซาน ทูฟาน – วัตฟอร์ด

ตามตำแหน่งคือเพลย์เมคเกอร์ แต่เอาเข้าจริงเขาแทบไม่ได้ปั้นเกมรุก แทงบอล ให้กับ แตนอาละวาด ได้เลย ไม่มีลูกจ่ายสวยๆ ให้เห็น และสุดท้ายก็ถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่นาทีที่ 59

กองหน้า

นีล โมเปย์ – ไบรท์ตัน

neal maupay

ไบรท์ตัน เป็นทีมที่มีจังหวะเข้าทำประตูต่อนัดเยอะมาก แต่การได้ประตูของพวกเขาเกิดขึ้นไม่เยอะ ก็เนื่องด้วยการจบสกอร์ของกองหน้าตัวเป้า เกมนี้ โมเปย์ มีโอกาสสับไกไปทั้งสิ้น 4 หนทว่าไม่ตรงกรอบเลยสักครั้ง แทงบอลออนไลน์ ที่นี่ UFA191

เอดิสัน คาวานี่ – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ควรจะทำประตูได้จากลูกโขกที่ เฟร็ด ครอสมาให้ ไม่มีส่วนร่วมกับเกมเยอะเหมือนนัดที่เจอ บียาร์เรอัล และถูกเปลี่ยนตัวออกพร้อมกับ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

ตารางคะแนนฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก

อันดับสโมสรชนะเสมอแพ้ได้เสียต่างแต้ม
1เชลซี751115312
2ลิเวอร์พูล743017611
3แมนฯ ซิตี้742114311
4แมนฯ ยูไนเต็ด74211468
5เอฟเวอร์ตัน74211385

บทความที่น่าสนใจ
เบรนท์ฟอร์ดฟอร์มยังแจ่ม บุกอัดเวสต์แฮม 1-2
ชุดขาวบุกแพ้นกแก้ว แต่ยังนำจ่าฝูง
ความมันส์ระดับห้าดาว หงส์แดงแบ่งแต้มเรือใบ
SA กําถั่ว PANTIP

ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก ประจำแมตช์เดย์ที่ 6 นำมาโดย 3 ผู้เล่นจาก อาร์เซน่อล ที่โชว์ฟอร์มเด็ดเอาชนะคู่ปรับร่วมเมืองในศึก นอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี้ มาได้ ส่วนคนอื่น ๆ จะมีใครบ้าง ไปดูกันได้เลย

ผู้รักษาประตู

โชเซ่ ซา

ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก

โชว์เซฟตลอดทั้งเกมถึง 6 ครั้ง และที่สำคัญเจ้าตัวยังเป็นคนแอสซิสต์จนเกิดเป็นประตูชัยให้แก่ วูล์ฟส์ อีกด้วย

จากลูกเปิดยาวให้หัวหอกเม็กซิกัน ทำสกอร์นั้น ทำให้นายด่านโปรตุกีส เป็นผู้รักษาประตูคนแรกที่สามารถทำแอสซิสต์ได้นับตั้งแต่ที่ แซม จอห์นสตัน ทำไว้เมื่อเดือนเมษายน UFABET อีกทั้งเขายังเป็นจอมหนึบ ทีมหมาป่า คนแรกที่ทำแอสซิสต์ได้ในรอบ 12 ปี โดยก่อนหน้านี้ เวย์น เฮนเนสซี่ย์ เคยทำไว้เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2009

กองหลัง

ชูเอา กานเซโล่

ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก

เติมเกมรุกไม่มีหยุด และยังคอยเชื่อมเกมกับ แจ็ค กรีลิช ทางฝั่งซ้ายได้ยอดเยี่ยม อีกทั้ง วิงแบ็กโปรตุกีส ยังเป็นคนส่งบอลต่อให้ กาเบรียล เชซุส ยิงประตูชัยกลับออกจากถิ่น เดอะ บริดจ์ เล่นบาคาร่า sa casino

รูเบน ดิอาส

ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก

มีส่วนสำคัญในการบล็อกลูกยิงของ มัตเตโอ โควาซิช และยังคุมเกมรับปักหลักเป็นกำแพงเหล็กป้องกันแนวรุกของ เชลซี ได้อย่างอยู่หมัด ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก

แมนฯ ซิตี้ เสียประตูเกมลีกไป 22 ลูกจาก 38 นัดที่มีแนวรับทีมชาติโปรตุเกสคุมแผงหลัง โดยก่อนหน้านั้นที่ไม่มีแข้งรายนี้พวกเขาเสียไปถึง 39 ประตูจาก 38 เกม

คอร์ตนี่ย์ เฮาส์

ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก

ได้โอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงนัดแรกในลีกซีซั่นนี้ หลังจากที่ อั๊กเซล ตวนเซเบ้ ไม่สามารถลงเล่นเจอต้นสังกัดที่แท้จริงได้

และเจ้าตัวก็ไม่ทำให้สาวก สิงห์ผยอง ผิดหวัง เมื่อโขกประตูชัยให้กับทีม PGSLOT แม้จะมาทำเสียแฮนด์บอลในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่สุดท้าย บรูโน่ แฟร์นันด์ส ยิงเกินข้ามคานออกไป ufabet

จากการทำประตูลูกนี้ทำให้นี่เป็นประตูเกมเยือนลูกแรกในลีกของ เฮาส์ นับตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2019 ที่เคยยิงใส่ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์

ทาเคฮิโร่ โทมิยาสุ

ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก

จัดการ ซน ฮึน-มิน ได้อย่างยอดเยี่ยม เล่นเกมรับได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งนับตั้งแต่แข้งซามูไรลงสนามเกม พรีเมียร์ลีก ไปแล้ว 3 นัด เจ้าตัวยังไม่เคยถูกผู้เล่นฝั่งตรงข้ามเลี้ยงผ่านเลย 

กองกลาง

บูกาโย่ ซาก้า

ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก

โชว์ทักษะ และความเร็วฉีกแนวรับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ได้เป็นชิ้น ๆ แถมยังมีประตูมาฝากแฟน ๆ เดอะ กันเนอร์ส ให้ได้รับความสุขในค่ำคืน London is Red

ซาก้า ในวัย 20 ปีกับอีก 21 วัน ทำให้เขาเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่สามารถทำประตู และ แทงบอล แอสซิสต์ในเกม นอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี้ โดยคนก่อนหน้านี้คือ เชส ฟาเบรกาส

อับดูลาย ดูกูเร่

ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก

ราฟาเอล เบนิเตซ โมดิฟายแข้งเลือดน้ำหอมให้มีมิติต่อเกมรุกมากขึ้น ทำหน้าที่ทั้งเกมรับ และเติมเกมบุกขึ้นหน้าจนทำให้ตอนนี้ ดูกูเร่ ทำไปแล้ว 2 ประตูจากการลงเล่น 6 นัด ซึ่งจำนวนประตูเท่ากับที่เขายิงเมื่อซีซั่นที่แล้วทั้งฤดูกาล

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก

เป็นผู้เล่น หงส์แดง หนึ่งเดียวใน ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก ที่โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจมากที่สุด ครอสบอลสุดแม่นให้ ดิโอโก้ โชต้า โขกประตูแรก และมีตามสกัดบอลสำคัญ ๆ ในช่วงครึ่งเวลาหลัง 

เอมิล สมิธ โรว์

เอมิล สมิธ โรว์

เบิกสกอร์ให้ อาร์เซน่อล ขึ้นนำ สเปอร์ส อย่างรวดเร็ว และยังโชว์สปีดความเร็วควบบอลก่อนจะส่งต่อให้ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ทำประตู

คู่หู สมิธ โรว์ และ ซาก้า ต่างแอสซิสต์ให้กันและกันเป็นครั้งที่ 5 บนศึก PG SLOT พรีเมียร์ลีก ซึ่งจากดูโอที่อายุ 21 ปีหรือน้อยกว่านั้น มีแค่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ เวย์น รูนี่ย์ (8)เท่านั้นที่ทำแอสซสิต์ให้กันและกันได้มากว่า

กองหน้า

ราอูล ฮิเมเนซ

ราอูล ฮิเมเนซ

ตั้งใจเล่นเหมือนคนกระหายชัยชนะขั้นสุด ดาวยิงเม็กซิกัน เก็บกดมาจากเกมก่อนที่พ่ายต่อ เบรนท์ฟอร์ด จนถึงขึ้นถอดเครื่องป้องกันศีรษะทิ้ง และมาเกมนี้ เจ้าตัวก็โชว์ลีลาแพรวพราว อาศัยความนิ่ง กดประตูชัยให้ วูล์ฟส์ ควักสามคะแนนออกจาก เซนต์ แมร์รี่ส์

ประตูของ ฮิเมเนซ นับเป็นประตูแรกบนเวที พรีเมียร์ลีก ในรอบ 336 วัน นับตั้งแต่ที่ยิงใส่ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2020 แทงบอลออนไลน์ ที่นี่แทงบอลออนไลน์

มิคาอิล อันโตนิโอ

มิคาอิล อันโตนิโอ

อันโตนิโอ แก้ตัวจากช่วงต้นเกมที่ซัดบอลไปติด อิลล็อง เมส์ลิเย่ร์ จนพลาดทำประตูขึ้นนำให้ เวสต์แฮม จนกระทั่งช่วงท้ายเกม ดาวยิงร่างบึ้ก หลุดเข้าไปดวล 1-1 กับนายด่านลีดส์ และคราวนี้ไม่มีพลาดเป็นประตูชัยให้ ขุนค้อน พลิกเอาชนะ ยูงทอง ได้สำเร็จ    

บทความที่น่าสนใจ
ยานแม่คืนฟอร์ม บอมบ์เลบันเต้สามลูก
ปืนใหญ่โหดจริง ยิงคลับไก่สามลูก

ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก สัปดาห์แรก ฤดูกาล 2021/22 ที่เปิดฉากนัดแรกไปเป็นที่เรียบร้อย เรามาดูกันว่าผู้เล่นคนไหนทำผลงานเข้าตาจนได้ติดทีมยอดเยี่ยมประจำนัดแรกบ้าง

ผู้รักษาประตู

อูโก้ โยริส

  ถึงจะไม่มีการป้องกันระดับซูเปอร์เซฟ แต่การยืนตำแหน่งของ โยริส UFABET ทำได้ยอดเยี่ยมมาก ๆ โดยเฉพาะในช่วงท้ายเกมที่ “แชมป์เก่า” แมนฯ ซิตี้ ดาหน้าเดินเกมบุก

    นับเฉพาะในเกมลีก โยริส ไม่เสียประตูให้แก่ “เรือใบสีฟ้า” ที่ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม มาแล้ว 3 นัดติดต่อกัน โดยทุกเกมชัยชนะตกเป็นของฝั่ง “ไก่เดือยทอง”

กองหลัง

ริคาร์โด้ เปเรยร่า

หากวิงแบ็กโปรตุกีสรายนี้มีสภาพร่างกายฟิตเต็มร้อย แน่นอนว่าเขาคือตัวเลือกอันดับหนึ่งของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส

ประตูชัยของ เลสเตอร์ มาจากการเติมเกมบุกทางกราบขวา และตบกลับมาให้ เจมี่ วาร์ดี้ ดีดบอลเข้าไปกองในตาข่าย

จาเฟต ทานกานก้า

ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก สัปดาห์แรก

รับบทบาทแบ็กขวา และต้องรับมือกับทั้ง แจ็ค กรีลิช และ ราฮีม สเตอร์ลิง ซึ่งแข้งวัย 22 ปีทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม ปิดกั้นเกมรุกของ ซิตี้ ทางฝั่งนี้ได้อย่างอยู่หมัด

ทานกานก้า แย่งบอลกลับคืนมาให้ สเปอร์ส มากกว่าแนวรับคนอื่น ๆ ของทีม(5 ครั้ง) โดยมีถึง 3 ครั้งที่ทำได้ในพื้นที่สุดท้าย(แดน 3)

เทฟโวห์ ชาโลบาห์

ทำเซอร์ไพรส์ยิงประตูได้อย่างสุดสวย ซึ่งในวัย 22 ปี 40 วันทำให้ ชาโลบาห์ PGSLOT กลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดอันดับ 2 ของ เชลซี ที่ทำประตูแรกในนัดประเดิมสนาม พรีเมียร์ลีก ต่อจาก พอล ฮิวจ์ส (20 ปี 274 วัน) ในเกมเจอกับ ดาร์บี้ เมื่อปี 1997

มาร์กอส อลอนโซ่

ซัดฟรีคิกเบิกสกอร์แรกให้ เชลซี ออกนำ คริสตัล พาเลซ ก่อนจะจบลงด้วยชัยชนะ 3-0 โดยประตูนี้ของ อลอนโซ่ นับเป็นการทำประตูจากลูกฟรีคิกโดยตรงของ เชลซี ลูกที่ 50 ในศึก พรีเมียร์ลีก น้อยกว่า แมนฯ ยูไนเต็ด แค่ทีมเดียว(64) ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก สัปดาห์แรก

กองกลาง

บรูโน่ แฟร์นันด์ส

ทำแฮตทริกได้ตั้งแต่เกมแรกของฤดูกาล โดยนับเป็นการทำแฮตทริกครั้งที่ 10 ของศึก พรีเมียร์ลีก ในเกมเปิดซีซั่น ซึ่ง ลีดส์ กลายเป็นทีมแรกที่โดนถึงสองครั้งหลังจากปีก่อนโดน โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ทำแฮตทริกใส่

ปอล ป็อกบา

ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก สัปดาห์แรก

ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก สัปดาห์แรก ต้องมี ปอล ป๊อกบา แข้งทีมชาติฝรั่งเศส เล่น แทงบอล ได้อย่างท็อปฟอร์มจัด 4 แอสซิสต์ให้ บรูโน่ ยิง 2 ลูก, กรีนวู้ด 1 ลูก และ เฟร็ด อีก 1 ลูก

ป็อกบา กลายเป็นผู้เล่นคนที่ 7 ในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก ที่ทำได้ 4 แอสซิสต์ ในเกมเดียว ต่อจาก เดนนิส เบิร์กแคมป์, โฆเซ่ อันโตนิโอ เรเยส, เชส ฟาเบรกาส, เอ็มมานูเอล อเดบายอร์, ซานติ กอซอร์ล่า และ แฮร์รี่ เคน

ซาอิด เบนราห์มา

ขับเคลื่อนเกมรุกให้ เวสต์แฮม ได้อย่างไหลลื่น และทำได้ 1 ประตูจากลูกโขก กับถวายพานให้ มิคาอิล อันโตนิโอ ตะบันเต็มข้อ

กองหน้า

โมฮาเหม็ด ซาลาห์

เปิดฤดูกาลใหม่ด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยม และมีส่วนร่วมกับเกมสูงมาก มีส่วนร่วมกับทั้ง 3 ประตูที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้ ซาลาห์ ยังสร้างประวัติศาสตร์เป็นนักเตะคนแรกที่ทำประตูนัดเปิดสนาม พรีเมียร์ลีก ได้ถึง 5 ครั้งติดต่อกัน

ซน ฮึง-มิน

ทีมยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก สัปดาห์แรก

ในวันที่ไม่มี แฮร์รี่ เคน กลายเป็น ซน ฮึง-มิน ที่แบกภาระเกมรุกของ สเปอร์ส PG SLOT ไว้บนบ่าทั้งสองข้าง ซึ่งประตูที่เกิดขึ้นมาจากความยอดเยี่ยมในเชิงลูกหนัง ซัดประตูได้อย่างคมกริบด้วยเท้าซ้าย

นับตั้งแต่ออกสตาร์ฤดูกาลก่อน ซน เป็นหนึ่งใน 4 ผู้เล่น พรีเมียร์ลีก ที่มีส่วนร่วมกับประตูมากเกิน 40 ลูกนับรวมทุกรายการ(23 ประตู 17 แอสซิสต์) เคียงข้าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส (51), เคน (50) และ ซาลาห์ (40) ufabet

เมสัน กรีนวู้ด

ใช้สปีดความเร็วสร้างความปั่นป่วนให้กับแนวรับ ลีดส์ และหลุดไปยิงให้ทีมนำ 2-1 จากลูกจ่ายเฉียบขาดของ ป็อกบา

กรีนวู้ด ขึ้นแท่นเป็นดาวรุ่งคนที่ 5 ที่ทำประตูใน พรีเมียร์ลีก มากที่สุดต่อจาก ไมเคิล โอเว่น(40), ร็อบบี้ ฟาวเลอร์(35), เวย์น รูนี่ย์(30) และ นิโกล่าส์ อเนลก้า (19) เล่น การพนันฟุตบอล

บทความที่น่าสนใจ
ซน ยิงอย่างคม ไก่จมเรือนัดเปิดสนาม
ยานแม่ไร้เมสซี่ แต่ดีพอเก็บสามแต้ม

งามหยดทั้ง 20 ทีม เปิดตัวกันแล้วสำหรับ ชุดเหย้า พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/2021 สำหรับใช้แข่งขันอย่างเป็นทางการ ในฤดูกาลนี้ ซึ่งเกมเปิดซีซั่นใหม่จะเริ่มขึ้นใน วันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2020 นี้

ก้าวเข้าสู่ ปี ที่ 29 กันแล้ว สำหรับลีกสูงสุดแดนผู้ดี หลายทีม เปิดตัว ชุดเหย้า พรีเมียร์ลีก ออกมาให้เห็นกันแล้ว ภายใต้แบรนด์ผู้สนับสนุน รายเก่าบ้าง รายใหม่บ้าง ซึ่งความน่าสนใจที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ นั่นก็คือ เครื่องแบบใหม่ของ 20 ทีม ที่จะใช้ลงทำการแข่งขันในฤดูกาลหน้า

เราไปติดตาม ชุดแข่ง โฉมใหม่ทั้ง 20 ทีม กันว่าจะมีความสะดุดตามากน้อยแค่ไหน

20 ชุดเหย้า พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/21

ชุดเหย้า พรีเมียร์ลีก

แทงบอล

1.อาร์เซนอล The New 20-21 Home Kit Arsenal

2. แอสตัน วิลล่า The New 20-21 Home Kit Aston Villa

3. ไบรท์ตัน The New 20-21 Home Kit Brighton and Hove Albion

4. เบิร์นลีย์ The New 20-21 Home Kit Burnley

5. เชลซี The New 20-21 Home Kit Chelsea

6. คริสตัล พาเลซ The New 20-21 Home Kit Crystal Palace

7. เอฟเวอร์ตัน The New 20-21 Home Kit Everton

8. ฟูแล่ม The New 20-21 Home Kit Fulham

9. ลีดส์ ยูไนเต็ด The New 20-21 Home Kit Leeds United

10. เลสเตอร์ ซิตี้ The New 20-21 Home Kit Leicester City

11. ลิเวอร์พูล The New 20-21 Home Kit Liverpool

12. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ The New 20-21 Home Kit Manchester City

13. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด The New 20-21 Home Kit Manchester United

14. นิวคาสเซิล เซนต์ The New 20-21 Home Kit Newcastle United

15. เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด The New 20-21 Home Kit Sheffield United

16. เซาแธมป์ตัน The New 20-21 Home Kit Southampton

17. สเปอร์ส The New 20-21 Home Kit Tottenham Hotspur

18. เวสต์บรอมวิช The New 20-21 Home Kit West Bromwich Albion

19. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด The New 20-21 Home Kit West Ham United

20. วูล์ฟแฮมตัน The New 20-21 Home Kit Wolverhampton Wanderers

บอล หวย มวย บาคาร่า สล็อต joker ครบจบที่นี่ UFASTAR356

ยลโฉม 20 สนามฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ที่ใช้แข่งขันศึก ฤดูกาล 2020-2021 พร้อมข้อมูลที่น่าสนใจ

ศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019/2020 ผ่านพ้นไปเป็นที่เรีนยร้อยแล้ว “หงส์แดง” ผงาดคว้าแชมป์สมัยที่ 19 ในรอบ 30 ปี ส่วนทีมเลื่อนชั้นขึ้นมาในซีซั่นนี้ นำโดย ลีดส์ ยูไนเต็ด (แชมป์เดอะ แชมเปี้ยนชิพ) เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน และ ฟูแล่ม เราไปยลโฉมสภาพสนามที่ใช้ ในซีซั่น 2020/21 ทั้ง 20 สนามฟุตบอล พรีเมียร์ลีก นี้มีหน้าตาเป็นอย่างไรบ้าง

ก้าวเข้าสู่ ปี ที่ 29 กันแล้ว สำหรับลีกสูงสุดแดนผู้ดี อย่างไรก็ตาม จากการแพร่ละบาดของ ไวรัสโควิด-19 ทำให้ตารางการแข่งขันของของ พรีเมียร์ลีก ต้องมีการปรับเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจจุบัน

ขณะที่กับโปรแกรมการแข่งขัน เกมเปิดฤดูกาล 2020-21 วันเสาร์ที่ 12 กันยายน 2563 และ สิ้นสุดฤดูกาลในวันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม 2564

20 สนามฟุตบอล ที่ใช้แข่งขันศึก พรีเมียร์ลีก ซีซั่น 2020/2021

แทงบอล

1. สโมสรฟุตบอล อาร์เซนอล Arsenal Football Club

เปิดภาพ 20 สนามฟุตบอล พรีเมียร์ลีก
เอมิเรตส์สเตเดียม Emirates Stadium

สนาม เอมิเรตส์สเตเดียม ตั้งอยู่ที่แอชเบอร์ตันโกรฟในฮอลโลเวย์ (Holloway) เขตลอนดอนเหนือ และ เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลอาร์เซนอล เปิดใช้งานเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ. 2006 สนามแห่งนี้อัฒจรรย์จะเป็นเก้าอี้ทั้งหมด 60,355 ที่นั่ง

นับว่าเป็นสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของพรีเมียร์ลีกตามหลังเพียงสนามโอลด์แทรฟฟอร์ด และเป็นสนามกีฬาที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ในลอนดอนรองจากสนามเวมบลีย์ และ สนามทวิกเคนแฮม

เจ้าของ อาร์เซนอล

พื้นผิว หญ้า, 105 × 68 เมตร (ประมาณ 114 x 71 หลา)

มูลค่าการก่อสร้าง 430 ล้านปอนด์

สถาปนิก HOK Sport

วิศวกรโครงสร้าง Buro Happold

วิศวกรบริการ Buro Happold

2. สโมสรฟุตบอล แอสตัน วิลล่า Aston Villa

สโมสรฟุตบอล แอสตัน วิลล่า Aston Villa
วิลลาพาร์ก-Villa-Park

สนาม วิลล่าพาร์ก Villa Park คือสนามฟุตบอลของสโมสร แอสตันวิลล่า ตั้งอยู่ในเมือง เบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ และ เป็นสนามเหย้าของ สโมสรฟุตบอลแอสตันวิลลา

ชื่อเต็ม สนามวิลลาพาร์ก Villa Park

ชื่อเดิม Aston Lower Grounds

ที่ตั้ง ถนนทรินิทรี เบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ

เจ้าของ แอสตันวิลลา

ผู้ดำเนินการ แอสตันวิลลา

พื้นสนาม เดสโซ กราสมาสเตอร์

ขนาดสนาม 105 เมตร × 68 เมตร

มูลค่าการก่อสร้าง 25 ล้านปอนด์

เปิดใช้สนาม ค.ศ. 1897

ผู้ใช้งาน แอสตันวิลลา (1897–ปัจจุบัน)

3. สโมสรฟุตบอล ไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียน Brighton & Hove Albion

Brighton & Hove Albion
สนามกีฬาฟัลเมอร์ Falmer Stadium

สนามฟัลเมอร์ Falmer Stadium ความจุ 30,750 ที่นั่ง

สโมสรฟุตบอลไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียน Brighton & Hove Albion Football Club เป็นสโมสรฟุตบอลจากนครไบรตันและโฮฟ ประเทศอังกฤษ มักเรียกโดยย่อว่า ไบรตัน

ปัจจุบันแข่งขันอยู่ในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษ โดยมีสนามเหย้าคือสนามกีฬาฟัลเมอร์ Falmer Stadium หรือชื่ออย่างเป็นทางการคือ ดิ อเมริกัน เอ็กซ์เพรส คอมมิวนิตี สเตเดียม โดยสนามแห่งนี้มักถูกเรียกโดยย่อว่า ดิ เอเม็กซ์

ชื่อเต็ม สโมสรฟุตบอลไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียนแอนด์แรดไดมอน

ฉายาอังกฤษ The Seagulls ฉายาไทย นกนางนวล

ก่อตั้ง 24 มิถุนายน 1901/ 118 ปีก่อน

สนาม สนามกีฬาฟัลเมอร์ Falmer Stadium

ความจุ 30,750 ที่นั่ง

ประธานสโมสร โทนี บลูม อังกฤษ

4. สโมสรฟุตบอล เบิร์นลีย์ Burnley

สโมสรฟุตบอล เบิร์นลีย์ Burnley
เทิร์ฟมัวร์ Turf moor stadium

ชื่อสนาม เทิร์ฟมัวร์ Turf moor stadium เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลเบิร์นลีย์ ในพรีเมียร์ลีก ก่อสร้างเมื่อปี 1833 ความจุ 22,546 คน

ที่ตั้ง  แฮร์รี่ พ็อตเวสลี่,เบิร์นลีย์,แล็งคาเซียร์,ประเทศอังกฤษ,

เจ้าของ  สโมสรฟุตบอลเบิร์นลีย์

ผู้ดำเนินการ  สโมสรฟุตบอลเบิร์นลีย์

พื้นสนาม  หญ้า

ความจุ   22,546

ปรับปรุงสนาม    ค.ศ. 2002

ผู้ใช้งาน เบิร์นลีย์ ค.ศ. 1883–ปัจจุบัน

5. สโมสรฟุตบอลเชลซี Chelsea

สโมสรฟุตบอลเชลซี Chelsea
สแตมฟอร์ดบริดจ์-Stamford-Bridge-

สแตมฟอร์ดบริดจ์ Stamford Bridge เป็นสนามฟุตบอลของ สโมสรฟุตบอลเชลซี ตั้งอยู่ที่ ฟูลัม ลอนดอน ก่อตั้งเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ค.ศ. 1876

เปิดใช้สนามอย่างเป็นทางการในอีกปีคือ 20 เมษายน ค.ศ. 1877 โดยสถาปนิกชื่อ อาชิบัลด์ ลีตช์ เป็นคนออกแบบรูปแบบสนาม มีพื้นที่ 103 x 67 ม. เป็นพื้นสนามหญ้า

โดยในอนาคตสโมสรได้เสนอยื่นเรื่องขอซื้อที่ดินบริเวณโรงไฟฟ้าเก่าแบทเทอร์ซี ที่มีพื้นที่ขนาด 39 เอเคอร์ ย่านชานเมืองกรุงลอนดอน เพื่อโครงการก่อสร้างสนามเหย่าแห่งใหม่ โดยจะมาปรับแต่งให้กลายเป็นสังเวียนแข้งขนาดใหญ่รองรับแฟนบอลได้กว่า 60,000 ที่นั่ง

ชื่อสนาม สแตมฟอร์ดบริดจ์ Stamford Bridge ความจุ 41,837 ที่นั่ง

ที่ตั้ง ฟูแล่ม, ลอนดอน, SW6 1HS

เจ้าของ Chelsea Pitch Owners plc

ผู้ดำเนินการ สโมสรฟุตบอลเชลซี

พื้นสนาม หญ้า

ขนาดสนาม 103 x 67 เมตร (112.6 x 73.3 หลา)

การก่อสร้าง ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2419

สถาปนิก Archibald Leitch (1887)

เปิดใช้สนาม 28 เมษายน พ.ศ. 2420

ปรับปรุง 1904–1905, 1990

สโมสรฟุตบอลเชลซี (ค.ศ. 1905–ปัจจุบัน)

6. สโมสรฟุตบอล คริสตัล พาเลซ Crystal Palace

ชื่อเต็ม สโมสรฟุตบอลคริสตัลพาเลซ Crystal Palace

ฉายาอังกฤษ The Eagles, The Glaziers ฉายาไทย ราชวังเรือนแก้ว, ปราสาทเรือนแก้ว

ก่อตั้ง 10 กันยายน ค.ศ. 1905 เมื่อ 114 ปีที่ผ่านมา

สนาม เซลเฮิร์ตพาร์ก Selhurst Park

ความจุ 25,456 ที่นั่ง

เจ้าของ สตีฟ แพริช

โจชัว แฮร์ริส

เดวิด เอส. บลิตเซอ

ประธานสโมสร สตีฟ แพริช

ผู้จัดการทีม รอย ฮอดจ์สันลีก พรีเมียร์ลีก

7. สโมสรฟุตบอล เอฟเวอร์ตัน Everton Football Club

สโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตัน Everton Football Club รังเหย้ากูดิสันพาร์ก ตั้งอยู่ในเมืองลิเวอร์พูล ซึ่งห่างจากสนามแอนฟีลด์ของ ลิเวอร์พูล เพียงแค่สวนสาธารณะกั้น

ขณะที่ เอฟเวอร์ตันเป็นทีมคู่ปรับร่วมเมืองของลิเวอร์พูล แฟนฟุตบอลชาวไทยตั้งฉายาให้ว่า “ทอฟฟีสีน้ำเงิน”

ชื่อเต็ม สโมสรฟุตบอล เอฟเวอร์ตัน Everton

ฉายาอังกฤษ The Toffees , The Blues ฉายาไทย ทอฟฟีสีน้ำเงิน

ก่อตั้ง ค.ศ.1878 เมื่อ 142 ปีที่แล้ว

สนาม กูดิสันพาร์ก, ลิเวอร์พูล, สหราชอาณาจักร Goodison Park Stadium

ความจุ 39,572 ที่นั่ง

เจ้าของ ฟาร์ฮาด โมชีรี

ประธานสโมสร บิลล์ เคนไรต์

ผู้จัดการทีม การ์โล อันเชลอตติ

8. สโมสรฟุตบอล ฟูแล่ม Fulham

ฟูแล่ม Fulham เลื่อนชั้นกลับมาแข่งขันใน พรีเมียร์ลีก อีกครั้ง หลักจากที่ตกชั้นจาก พรีเมียร์ลีก เพียงแค่ 1 ฤดูกาล สโมสรแห่งนี้ ก่อตั้งในขึ้นเมื่อ เดือนกันยายน ค.ศ. 1879 โดยมี สนาม เครเวนคอตทิจ (Craven Cottage) เป็นสนามสนามเหย้าตั้งอยู่ที่ กรุงลอนดอน

ขณะที่ ฟูแลม อยู่ภายใต้การครอบครองของ ชาฮีด ข่าน (Shahid Rafiq Khan) นักธุรกิจลูกครึ่งอเมริกันที่เกิดในปากีสถาน

นอกจากนี้ ฟูแลมยังเป็นเป็นหนึ่งใน 20 สนามฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ที่ก้าวขึ้นมายังลีกสูงสุดได้สำเร็จ

ชื่อเต็ม สโมสรฟุตบอล ฟูแล่ม

ฉายา The Cottage

เจ้าสัวน้อย (ภาษาไทย)

ก่อตั้ง พ.ศ. 2422 (ค.ศ. 1879)

สนาม เครเวนคอตทิจ ลอนดอน

ความจุ 25,700 ที่นั่ง

เจ้าของ ชาฮีด ข่าน (Shahid Rafiq Khan)

ประธาน ชาฮีด ข่าน

ผู้จัดการ สก็อต พาร์กเกอร์ (Scott Parker)

ฟูแล่ม เลื่อนชั้นสู่ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2020/2021 หลังจากลงเล่นรอบเพลย์ออฟ กับ เบรนท์ฟอร์ด , คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ และ สวอนซี ซิตี้

9. สโมสรฟุตบอล ลีดส์ ยูไนเต็ด Leeds United

สโมสรฟุตบอล ลีดส์ ยูไนเต็ด ตั้งอยู่ที่บีสตัน เมืองลีดส์ เทศมณฑลเวสต์ยอร์กเชอร์ มีชื่อเล่นของทีมว่า Peacock (ยูงทองในภาษาไทย)

ลีดส์ยูไนเต็ด เลื่อนชั้นกลับมาแข่งขันใน พรีเมียร์ลีก อีกครั้ง หลักจากที่ตกชั้นจาก พรีเมียร์ลีก นานถึง 16 ปี นอกจากนี้ สนามแห่งนี้ ยังเป็น หนึ่งในสังเวียน 20 สนามฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ซี้ซั่นนี้อีกด้วย

เดิมที่สโมสรฟุตบอล “ลีดส์ซิตี” ถูกก่อตั้งเมื่อ ค.ศ. 1904 ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น “ลีดส์ ยูไนเต็ด” ในปี ค.ศ. 1919 จนถึงปัจจุบัน

สนาม เอลแลนด์โรด Elland Road

ความจุ 39460 ที่นั่ง

เจ้าของ Aser Group Holding, 49ers Enterprises

ประธานสโมสร แอนเดรีย​ ราดริซซานิ

หัวหน้าผู้ฝึกสอน มาร์เซโล บิเอลซา

10. สโมสรฟุตบอล เลสเตอร์ซิตี Leicester City

คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม (King Power Stadium) หรือที่เรียกกันว่า เลสเตอร์ซิตี้ สเตเดี้ยม (Leicester City Stadium) เป็นสนามเหย้าของ เลสเตอร์ซิตี สโมสรใน พรีเมียร์ลีกอังกฤษ

สนามแห่งนี่ ตั้งอยู่ที่ เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ เปิดใช้ในเดือนกรกฎาคมปี ค.ศ. 2002 มีความจุ 32,500 ที่นั่ง โดยสนามกีฬานี้ตั้งชื่อตาม บริษัท คิง เพาเวอร์ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักของทีมในปัจจุบัน

เดิมสนามแห่งนี้มีชื่อว่า เดอะวอร์กเกอส์ สเตเดี้ยม The Walkers Stadium เป็นชื่อที่ใช้ในระหว่างปี ค.ศ. 2002–ค.ศ. 2011 ตามชื่อของสินค้าผู้สนับสนุนในสมัยนั้น

ชื่อสนาม คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม King Power Stadium ความจุ 32,500 ที่นั่ง

ผู้ดำเนินการ เลสเตอร์ซิตี

พื้นสนาม เดสโซกราสมาสเตอร์

เปิดใช้สนาม 23 กรกฎาคม ค.ศ. 2002

ผู้ใช้งาน เลสเตอร์ซิตี้ (ค.ศ. 2002–ปัจจุบัน)

11. สโมสรฟุตบอล ลิเวอร์พลู Liverpool

สนามแอนฟีลด์ Anfield
สนามแอนฟีลด์ Anfield ความจุ 54,157

แอนฟีลด์ Anfield รังเหย้า ของสโมสรฟุตบอล ลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ตั้งอยู่ในเขตแอนฟีลด์ เมืองลิเวอร์พูล

สนามแอนฟีลด์ Anfield 02
แฟนบอลในสนามแอนฟีลด์ Anfield

สนามแอนฟีลด์ สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2427 เริ่มแรกเดิมที่ สนามแห่งนี้ เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตัน ต่อมาในปี พ.ศ. 2435 เอฟเวอร์ตัน ย้ายสนามไปอีกฝั่งของสวนสาถารณะ กูดิสันพาร์ก จากนั้น แอนฟีลด์ จึงกลายเป็นสนามเหย้าของ ลิเวอร์พูล นับแต่นั้นมา

แอนฟีลด์ประกอบไปด้วยอัฒจันทร์สี่ด้าน ได้แก่ สปิออนค็อป, อัฒจันทร์หลัก, เคนนี ดัลกริชสแตนด์ และอัฒจันทร์ฝั่งถนนแอนฟีลด์ มีความจุทั้งสิ้น 45,276 ที่นั่ง

โดยจำนวนผู้ชมสูงสุดเท่าที่มีการบันทึกไว้คือ ในการแข่งขันเอฟเอคัพรอบที่ 5 ระหว่างลิเวอร์พูลกับวูฟแฮมป์ตันวอนเดอเรอส์ ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2495 บันทึกไว้ว่ามีผู้ชมทั้งสิ้น 61,905 คน

ขณะที่ในอนาคตสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลมีแผนขยายความจุของสนามเป็น 60,000 ที่นั่ง

ชื่อสนาม แอนฟีลด์ Anfield ความจุ 54,157

ชื่อที่ตั้ง ลิเวอร์พูล, เมอร์ซีไซด์, อังกฤษ

ผู้ดำเนินการ สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล

เปิดใช้สนาม พ.ศ. 2427

ผู้ใช้งาน

เอฟเวอร์ตัน (ค.ศ. 1884–1892)

ลิเวอร์พูล (ค.ศ. 1892–ปัจจุบัน)

12. สโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ซิตี้

สนามกีฬาซิตี้ออฟแมนเชสเตอร์ City of Manchester Stadium) หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ สนาม เอติฮัด สเตเดียม Etihad Stadium ด้วยเหตุผลตามชื่อผู้สนับสนุน หรือในบางครั้งอาจเรียกว่า คอมส์ (CoMS) หรือ อีสต์แลนส์ Eastlands

สนามเอติฮัด Etihad Stadium 02
หน้าสนามเอติฮัด Etihad Stadium

เป็นสนามกีฬาในเมืองแมนเชสเตอร์ เป็นสนามกีฬาเหย้าของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี เป็นสนามกีฬาใหญ่เป็นอันดับ 5 ของทีมพรีเมียร์ลีก และใหญ่เป็นอันดับ 12 ในสหราชอาณาจักร มีจำนวน 47,805 ที่นั่ง

ชื่อปัจจุบัน สนามกีฬาเอติฮัด Etihad Stadium

ชื่อเดิม สนามกีฬาซิตี้ออฟแมนเชสเตอร์

ที่ตั้ง สปอร์ตซิตี, ถนนโรว์สลีย์ ,แมนเชสเตอร์,

เจ้าของ สภาเทศบาลเมืองแมนเชสเตอร์

พื้นสนาม เดสโซกราสมาสเตอร์

ความจุ 47,805 ที่นั่ง

ขนาดสนาม 105 × 68 เมตร (115 × 74 หลา)

การก่อสร้าง ธันวาคม ค.ศ. 1999

มูลค่าการก่อสร้าง 112 ล้านปอนด์

22 ล้านปอนด์ (ดัดแปลงเป็นสนามฟุตบอล)

20 ล้าน (กรอบอาคารสนามฟุตบอล)

เปิดใช้สนาม 25 กรกฎาคม ค.ศ. 2002 (ใช้เป็นสนามแข่งกรีฑา)

10 สิงหาคม ค.ศ. 2003 (ใช้เป็นสนามแข่งฟุตบอล)

ต่อเติม ค.ศ. 2002–2003

ผู้ใช้งาน

แมนเชสเตอร์ซิตี้ (ค.ศ. 2003–ปัจจุบัน)

13. สโมสรฟุตบอล แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด Man Utd

โอลด์ แทรฟฟอร์ด Old Trafford ตั้งอยู่ในเขต แทรฟฟอร์ด ของ เกรตเตอร์แมนเชสเตอร์ และ เป็นสนามเหย้า ของ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด สนามแห่งนี้ เริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ. 1909 และ เริ่มเปิดใช้ตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 1910

ซึ่งใน ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วง 1941-1949 ค.ศ. 1910 สนามแห่งนี้ได้ถูกทื้งร้างนานถึง 8 ปี เนื่องจากได้รับความเสีบหายจากการถูกทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในช่วง 1941-1949

ชื่อสนาม โอลด์แทรฟฟอร์ด Old Trafford หรือโรงละครแห่งความฝัน ความจุ 76,212 ที่นั่ง

ที่ตั้ง เซอร์แมตต์บัสบี้เวย์ โอลด์แทรฟฟอร์ด แมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ

การก่อสร้าง ลงเสาเข็ม 1909

เปิดใช้สนาม 1910

เจ้าของ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

มูลค่าการก่อสร้าง 90,000 ปอนด์ ค่าเงินเมื่อปี 1909

สถาปนิก Archibald Leitch

ผู้ดูแล แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด (พรีเมียร์ลีก) (1910–ปัจจุบัน)

14. สโมสรฟุตบอล นิวคาสเซิลยูไนเต็ด Newcastle United

เซนต์เจมส์พาร์ก St James’ Park
สนาม เซนต์เจมส์พาร์ก St James’ Park ความจุ 52,387 ที่นั่ง

สนามฟุตบอล เซนต์เจมส์พาร์ก (อังกฤษ: St James’ Park – SJP) เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลนิวคาสเซิลยูไนเต็ด ตั้งอยู่ที่นิวคาสเซิลอะพอนไทน์ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะอังกฤษ โดยมีความจุ 52,387 ที่นั่ง

ชื่อสนามเดิม เซนต์เจมส์พาร์ก อังกฤษ St James’ Park – SJP

ความจุ 52,387 ที่นั่ง

ที่ตั้ง St. James’ Park, นิวคาสเซิลอะพอนไทน์ NE1 4ST

เจ้าของ นิวคาสเซิลยูไนเต็ด

พื้นสนาม หญ้า

ขนาดสนาม 115 × 74.4 หลา (105 × 68 เมตร)

สถาปนิก TTH Architects, Gateshead UK

เปิดใช้สนาม ค.ศ. 1892

ต่อเติม 1998–2000

ผู้ใช้งาน

นิวคาสเซิลเวสต์เอนด์ (1886–1892)

นิวคาสเซิลยูไนเต็ด (1892–ปัจจุบัน)

15. สโมสรฟุตบอล เชฟฟีลด์ยูไนเต็ด Sheffield United FC

เชฟฟีลด์ยูไนเต็ด Sheffield United พวกเขาเป็นสโมสรแรกที่ใช้ชื่อต่อท้ายว่า “ยูไนเต็ด” และ ฉายา ดาบคู่ (The Blades) ของพวกเขาก็มาจากการที่เมืองของเขามีอุตสาหกรรมเหล็กกล้าที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก

บรามอลล์เลน Bramall Lane Stadium 02
ภายในสนาม บรามอลล์เลน Bramall Lane Stadium

ขณะที่ สนาม บรามอลล์เลน ซึ่งเป็นสนามฟุตบอลที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังใช้อยู่

ชื่อเต็ม สโมสรฟุตบอลเชฟฟีลด์ยูไนเต็ด Sheffield United FC

ฉายาอังกฤษ เดอะเบลด, พ่อมดแดงขาว ฉายาไทย ดาบคู่

ก่อตั้ง 22 มีนาคม ค.ศ. 1889 เมื่อ 130 ปี

ชื่อสนาม บรามอลล์เลน Bramall Lane Stadium ความจุ: 32,609 ที่นั่ง

เจ้าของ เควิน แมคเคบบ์ (50%)

Prince Abdullah bin Musa’ad bin Abdulaziz Al Saud (50%)

ผู้จัดการทีม คริส วิลเดอร์

16. สโมสรฟุตบอล เซาแธมป์ตัน Southampton

เซนต์แมรีส์สเตเดียม St Mary’s Stadium เป็นสนามเหย้าของ สโมสรฟุตบอลเซาแธมป์ตัน

โดยสนามนี้ได้รับการประเมินระดับ 4 ดาว ของยูฟ่า ด้วยความจุ 32,689 ที่นั่ง โดยเป็นสนามฟุตบอล ที่ใหญ่ที่สุดของทางตอนใต้ในประเทศอังกฤษ

ชื่อสนาม เซนต์แมรีส์สเตเดียม St Mary’s Stadium

ชื่อเดิมสนาม The Friends Provident St Mary’s Stadium

ที่ตั้ง ถนนบริทานเนีย เซาแธมป์ตัน ประเทศอังกฤษ

ผู้ดำเนินการ เซาแธมป์ตัน

พื้นสนาม หญ้า

ความจุ 32,689 ที่นั่ง

สถิติผู้ชม 32,363 คน (ในนัดที่พบกับ โคเวนทรี ซิตี 28 เมษายน 2012)

ขนาดสนาม 112 หลา x 74 หลา

มูลค่าการก่อสร้าง 32 ล้าน ปอนด์

เปิดใช้สนาม สิงหาคม ค.ศ. 2001

ผู้ใช้งาน

เซาแธมป์ตัน ค.ศ. 2001–ปัจจุบัน

17. สโมสรฟุตบอล ทอตแน่ม ฮอตสเปอร์ Tottenham Hotspur Stadium

สเปอร์ส ใช้สนาม สนามกีฬาทอตแน่ม ฮอตสเปอร์สเตเดียม Tottenham Hotspur Stadium เป็นสนามเหย้าของ ตั้งอยู่ในลอนดอนเหนือ ประเทศอังกฤษ สร้างในพื้นที่เดิมของสนามไวท์ฮาร์ทเลน โดยมีความจุ 62,062 ที่นั่ง

สนามฟุตบอลแห่งนี้ ยังเป็นสนามที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกรุงลอนดอน โดยถูกออกแบบให้เป็นสนามกีฬาอเนกประสงค์ ที่นอกจากจะใช้เป็นสนามฟุตบอลแล้วยังสามารถใช้จัดการแข่งขันกีฬาอเมริกันฟุตบอล กีฬาประเภทอื่น ๆ รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ได้อีกด้วย

ชื่อสนามเต็ม สนามฟุตบอลทอตนัมฮอตสเปอร์ สเตเดียม Tottenham Hotspur Stadium ความจุ 62,062 ที่นั่ง

ที่ตั้ง ทอตแน่ม ลอนดอน ประเทศอังกฤษ

เจ้าของ ทอตแน่ม ฮอตสเปอร์

ผู้ดำเนินการ ทอตนัมฮอตสเปอร์

พื้นสนาม เดสโซกราสมาสเตอร์ (ฟุตบอล)

การก่อสร้าง ก่อสร้างเมื่อ 2018

สถาปนิก ปอปปูลัส

เปิดใช้สนาม 2019

18. สโมสรฟุตบอล เวสต์บรอมวิช West Bromwich

เวสต์บรอมวิช เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพในประเทศอังกฤษ ตั้งอยู่ที่เมืองเวสต์บรอมมิช ในภาคเวสต์มิดแลนด์ เวสต์บรอมมิชอัลเบียนจะกลับมาแข่งขันในพรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษ โดยได้อันดับที่ 2 ในอีเอฟแอลแชมเปียนชิปฤดูกาล 2019–20

เดอะฮอว์ทอนส์ (The Hawthorns) รังเหย้าของ เวสต์บรอมวิช ตั้งอยู่ในเมืองเวสต์บรอมมิช เขตนครแซนด์เวลล์ ในอังกฤษ โดยมีความจุผู้ชมทั้งหมด 26,272 คนโดยใช้เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลเวสต์บรอมมิชอัลเบียนตั้งแต่ปี ค.ศ. 1900 เป็นต้นมา

โดยเป็นสนามแห่งที่ 6 ที่สโมสรแห่งนี้ใช้เป็นสนามเหย้านับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร

ชื่อย่อ WB A, West Brom

ก่อตั้ง 1878 หรือ 142 ปีที่แล้ว

(ในชื่อ West Bromwich Strollers)
สนาม เดอะฮอว์ทอนส์

เจ้าของ ไล่ กั๋วฉวน

ประธาน ลี่ ปี่เยว่

ผู้จัดการ สลาเวน บีลิช​

ลีก พรีเมียร์ลีก

2019–20 อันดับที่ 2 แชมเปียนชิป (เลื่อนชั้น)

19. สโมสรฟุตบอล เวสต์แฮมยูไนเต็ด West Ham United

เปิดภาพ 20 สนามฟุตบอล สโมสรฟุตบอลเวสต์แฮมยูไนเต็ด (West Ham United Football Club) เป็นสโมสรฟุตบอลอาชีพของอังกฤษ ตั้งอยู่ในสแตรตเฟิร์ด, ลอนดอนตะวันออก, ประเทศอังกฤษ

ปัจจุบันเล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีก ลีกสูงสุดของอังกฤษ เดิมใช้สนามเหย้าคือ บุลินกราวนด์ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1994 จนจบฤดูกาล 2015–16 ก่อนที่พวกเขาจะย้ายไปใช้สนามเหย้าแห่งใหม่ที่ สนามกีฬาโอลิมปิกในอุทยานโอลิมปิกราชินีเอลิซาเบธ London Olympic Stadium

ชื่อเต็ม สโมสรฟุตบอลเวสต์แฮมยูไนเต็ด West Ham United

ฉายาอังกฤษ เดอะแฮมเมอส์ ฉายาไทย ขุนค้อน

ชื่อย่อ WHU

ก่อตั้งสโมสรปี 1895 หรือ 125 ปีที่แล้ว, ในชื่อ เทมส์ไอรอนเวิกส์

5 กรกฎาคม 1900 / 119 ปีก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น เวสต์แฮมยูไนเต็ด

สนาม สนามกีฬาลอนดอนโอลิมปิก London Olympic Stadium

ความจุ 57,000 ที่นั่ง

เจ้าของ เดวิด ซุลลิแวน (55.6%)

เดวิด โกลด์ (30.6%)

นักลงทุนอื่นๆ (13.8%)

20. สโมสรฟุตบอล วูล์ฟแฮมป์ตัน Wolverhampton

วูล์ฟแฮมป์ตัน คือ ผู้ครอบครอง สนามโมลีนิวส์ (Molineux Stadium) สนามแห่งนี้ เคยใช้เป็นสังเวียนในศึก ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปมาแล้ว ในปี ค.ศ. 1950

สนามโมลีนิวส์ ตั้งอยู่ที่ เมืองเวสต์มิดแลนส์ ประเทศอังกฤษ โดย วูล์ฟแฮมป์ตัน ใช้เป็นรังเหย้า เมื่อปี ค.ศ. 1889 เรือยมาจนถึงปัจจุบัน

ในอดีตสนามฟุตบอลแห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นโดยสโมสรลีก 4 ของอังกฤษ อีกทั้งยังเป็นสนามแรกในบริติชที่มีไฟส่องสว่างในสนาม อีกด้วย

ชื่อสนาม สนามกีฬาโมลีนิวส์ Molineux Ground ความจุ 32,050 ที่นั่ง

เจ้าของ สภานครวูล์ฟแฮมป์ตัน

ผู้ดำเนินการ สโมสรฟุตบอลวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอส์

พื้นสนาม Desso GrassMaster

ขนาดสนาม 100 x 64 เมตร (109 x 70 ไร่)

ก่อสร้างเมื่อ ค.ศ. 1889

สถาปนิก Current design – Alan Cotterell Partnership

เปิดใช้สนาม ค.ศ. 1889

ปรับปรุง ค.ศ. 1978-79; 1991–1993; 2011-2012

บอล หวย มวย บาคาร่า สล็อต joker ครบจบที่นี่ UFASTAR356

ครบทั้ง 20 สนามฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ที่จะใช้แข่งขันใน ฤดูกาล 2021 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ศึกแชมเปี้ยนชิพ เกมเพลย์ออฟเลื่อนชั้น นัดชิงชนะเลิศ ฟูแลม สโมสรต้นสังกัดของ “เบนจามิน เดวิส” เอาชนะ เบรนท์ฟอร์ด 2-1 ทำให้ทัพเจ้าสัวน้อย หวนคืนสู่ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2020-2021 เป็นทีมที่ 3 ต่อจาก ลีดส์ ยูไนเต็ด และ เวสต์บรอมวิช พร้อมกันนี้ดาวเตะดีกรีทีมชาติไทย มีลุ้นเป็นแข้งไทยคนแรก ที่จะได้ลงสนามในลีกสูงสุดแดนผู้ดีอีกด้วย

แข้งไทยคนแรก

เกมควันหลงเพลย์ออฟเลื่อนชั้น ที่ ฟูแลม เฉือนชนะ เบรนท์ฟอร์ด 2-1 เมื่อคืนวันอังคารที่ 4 สิงหาคม ที่ผ่านมา ส่งผลโดยตรงถึง เบนจามิน เดวิส แนวรุก ลูกครึ่งไทย – อังกฤษ
ที่เพิ่งจะต่อสัญญา ฟูแล่ม ออกไป มีลุ้นเป็น แข้งไทยคนแรก ที่จะได้ลุ้นลงเล่น ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2020-2021

แทงบอล

ขณะที่ เบนจามิน เดวิส แนวรุกสัญชาติถึง 3 สัญชาติ ได้แก่ (สัญชาติไทย) จากแม่ (สัญชาติเวลส์) จากพ่อ และ (สัญชาติสิงคโปร์) จากการเติบโตที่นั้น

ปัจจุบันลงเล่นให้กับทีมชุดยู 23 ของฟูแล่มในฤดูกาลที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวลงเล่น 12 นัด ทำได้ 1 ประตู 2 แอสซิสต์ ก่อนที่การแข่งขันในยู 23 จะถูกยกเลิกออกไปหลังการระบาดของโควิด-19

โดย เบนจามิน เดวิส เคยให้สัมภาษณ์ ผ่านสื่อเอาไว้ว่า “ในช่วงปรีซีซั่นจะได้ลงซ้อมกับทีมชุดใหญ่ของ ฟูแล่ม ซึ่งตนเองจะทำให้เต็ม เพราะถือว่าเป็นโอกาสครั้งสำคัญ ที่จะสานฝันให้ได้ลงเล่น ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ”

ล่าสุด ฝันของ แนวรุกดีกรีทีมชาติไทย มีโอกาสสานฝันให้เป็นจริงแล้ว หลังจาก ฟูแล่ม ต้นสังกัดของเขาสามารถเลื่อนชั้นกลับสู่พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ

ท้ายที่สุดแล้ว ดาวเตะอายุรายนี้ จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็น แข้งไทยคนแรก ที่ได้ลงเล่นศึก พรีเมียร์ลีก หรือไม่ คงต้องติดตาม และร่วมให้กำลังใจกันต่อไปกับความฝันบนเส้นลีกสูงสุดแดนผู้ดี

บอล หวย มวย บาคาร่า สล็อต joker ครบจบที่นี่ UFASTAR356

จบลงไปแล้ว สำหรับการแข่งขัน ศึก พรีเมียร์ลีก ซึ่งแชมป์ซีซั่นนี้ตกเป็นของ ลิเวอร์พูล ส่วนทีมตกชั้นเป็นทาง บอร์นมัธ , วัตฟอร์ด และ นอริช ทว่าความน่าสนใจอยู่ที่บรรดานักเตะของ 3 ทีมนี้ ยังมี ผู้เล่น ฟอร์มเด่น ฝีเท้าดี ผลงานโดดเด่น แบบว่า ไม่น่าตกชั้น จนทีมใหญ่ควร คว้าตัวมาเสริมทัพ

ผู้เล่นบางรายสามารถสร้าง ผลงานโดดเด่น ได้ก็จริง แต่ทีมดันร่วงตกชั้น พวกเขาเหล่านี้คือใครกัน อีกทั้งตกเป็นข่าวกับทีมใหญ่อย่าง แมนยู หรือ ลิเวอร์พูล มาแล้ว

นักเตะงานดี จากรายชื่อที่พอจำกันได้ แบ่งออกเป็น นาธาน อาเก้, ท็อดด์ แคนท์เวลล์ หรือแม้แต่ อิสไมล่า ซาร์ ซึ่งผลงานส่วนตัวของพวกเขา โดดเด่นไม่น้อยทีเดียวกับต้นสังกัด

อย่างไรก็ตาม หากสโมสรใหญ่ ๆ ต้องการตัวเลือกราคาย่อมเยา เพื่อเสริมทัพ พวกเขาเหล่านี้ คือตัวเลือกที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว

เปิดรายชื่อ 9 นักเตะผลงานโดดเด่น แต่ล่วงตกชั้น พรีเมียร์ลีก 2019-2020

แทงบอล

แม็กซ์ อารอนส์ – นอริช ซิตี้

แม็กซ์ อารอนส์ (Max Aarons) แบ็กขวาดาวรุ่ง วัย 20 ปี จัดว่าเป็นดาวรุ่งอีกรายที่ได้รับการจับตามองมาก ๆ และเขาคือกำลังหลักของ นอริช มาตลอดใน 2 ฤดูกาลหลังมานี้

Max-Aarons
Max-Aarons

นับตั้งแต่ได้รับการผลักดันขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ โดยเจ้าตัวติดทืมชาติอังกฤษชุดเล็กมาแล้ว และค่าตัวคาดว่าจะอยู่ในเรตประมาณ 25-30 ล้านปอนด์ ผลงานโดดเด่น

ผลงาน 36 เกมลีก 0 ประตู 1 แอสซิสต์

จามาล ลูอิส – นอริช ซิตี้

จามาล ลูอิส (Jamal Lewis) ไอ้หนูลูอิส วัย 22 ปี มีเส้นทางคล้ายคลึงกับรุ่นน้องอย่าง แม็กซ์ อารอนส์ มากเลยทีเดียว นั่นก็เพราะว่าพวกเขาเป็นเด็กปั้นของ ลูตัน ทาวน์ ก่อนจะย้ายมาอยู่กับอะคาเดมี่ของ นอริช และ ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมชุดใหญ่ด้วยกันทั้งคู่

Jamal-Lewis
Jamal-Lewis

โดยในฤดูกาลที่ผ่านมา แม้เจ้าตัวลงเล่นไปทั้งหมด 32 นัด ทำได้ 1 ประตู แต่ผลงานสัว่นตัวกับได้รับคำชมมากมายจะสื่อหลายสำนัก และ หากว่าแข้งทีมชาติไอร์แลนด์เหนือจะย้ายทีมก็ต้องมีหลัก 15 ล้านปอนด์ อย่างแน่นอน

ผลงาน 28 เกมลีก 1 ประตู 0 แอสซิสต์

เอมิเลียโน่ บูเอนเดีย – นอริช ซิตี้

เอมิเลียโน่ บูเอนเดีย (Emiliano Buendía) แข้งอาร์เจนไตน์วัย 23 ปี อดีตเด็กปั้นของ เรอัล มาดริด ทว่าแจ้งเกิดไม่สำเร็จ ก่อนจะย้ายมาอยู่กับ เคตาเฟ่ และ ทำผลงานได้ดีพอตัว ก่อนที่ นอริช จะคว้าตัวมาร่วมทีมเมื่อฤดูกาล 2018

เอมิเลียโน่-บูเอนเดีย-(Emiliano-Buendía)
เอมิเลียโน่-บูเอนเดีย-(Emiliano-Buendía)

โดยในซีซั่นนี้ เขาทำแอสซิสต์ไปถึง 7 ครั้งด้วยกัน และแม้ว่าจะยิงไปประตูเดียวก็ตาม แต่หากเจ้าตัวได้ย้ายไปอยู่กับทีมที่สภาพรวมดี ๆ จะต้องพัฒนาได้มากกว่านี้แน่ ๆ
ผลงาน 36 เกมลีก 1 ประตู 7 แอสซิสต์

ท็อดด์ แคนท์เวลล์ – นอริช ซิตี้

ท็อดด์ แคนท์เวลล์ (Todd Cantwell) คือลูกหม้อโดยตรงของ นอริช เลย โดยเจ้าตัวถูกปั้นให้ขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ได้ 3 ฤดูกาลแล้ว โดยในปีนี้เจ้าตัวถือว่าฟอร์มดีทีเดียว หลังยิงไป 7 ประตู กับอีก 2 แอสซิสต์

ท็อดด์-แคนท์เวลล์-(Todd-Cantwell)
ท็อดด์-แคนท์เวลล์-(Todd-Cantwell)

ด้วยอายุเพียงแค่ 22 ปี บวกกับการที่เป็นนักเตะสัญชาติอังกฤษ ทำให้มีทีมใหญ่ ๆ ให้ความสนใจดึงตัวเขาไปร่วมทีมในฤดูกาล 2021

ผลงาน 37 เกมลีก 6 ประตู 2 แอสซิสต์

เคราร์ด เดโลเฟว – วัตฟอร์ด

เคราร์ด เดโลเฟว (Gerard Deulofeu) ปีกสแปนิชวัย 26 ปี เติบโตมาจากการเป็นเยาวชนของ บาร์เซโลนา แต่เจ้าตัวไม่สามารถสอดแทรกขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมชุดใหญ่ได้

เคราร์ด-เดโลเฟว-(Gerard-Deulofeu)
เคราร์ด-เดโลเฟว-(Gerard-Deulofeu)

ก่อนจะถูกปล่อยยืมไปยังหลาย ๆ ทีม จนสุดท้ายแล้วเป็น วัตฟอร์ด ที่เชื่อมั่น และดึงตัวมาร่วมทีมแบบถาวร โดยเจ้าตัวฝากผลงานกระชากลากเลื้อย และยิงไปในฤดูกาลที่ผ่านมาไว้ 4 ประตู

ผลงาน 28 เกมลีก 4 ประตู 5 แอสซิสต์

อับดุลลาย ดูกูเร่ – วัตฟอร์ด

อับดุลลาย ดูกูเร่ (Abdoulaye Doucouré) มิดฟิลด์เมืองน้ำหอมวัย 27 ปี เป็นนักเตะอีรายที่ทำผลงานตามมาตรฐานของตนเองไดดีในทุกๆ เกม ทั้งการทำลายเกมในแดนกลางของคู่แข่ง รวมไปถึงการพลิกบอลจากรับเป็นรุกก็ทำได้ดีเช่นกัน

อับดุลลาย-ดูกูเร่-(Abdoulaye-Doucouré)
อับดุลลาย-ดูกูเร่-(Abdoulaye-Doucouré)

ขณะที่ก่อนหน้านี้เขาตกเป็นข่าวกับสโมสรใหญ่ ๆ มาแล้ว แต่ก็เงียบไป ทว่ามาถึงตอนนี้ค่าตัวของเขาอาจจะถูกลงกว่าเดิมครึ่ง ๆ เลยก็ได้

ผลงาน 37 เกมลีก 4 ประตู 2 แอสซิสต์

อิสไมล่า ซาร์ – วัตฟอร์ด

อิสไมล่า ซาร์ (Ismaila Sarr) ดาวยิงดีกรีทีมชาติเซเนกัล วัย 22 ปี ที่ครั้งหนึ่ง ซาดิโอ มาเน่ เคยบอกว่าเขาจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นระดับโลกได้

อิสไมล่า-ซาร์-(Ismaila-Sarr)
อิสไมล่า-ซาร์-(Ismaila-Sarr)

หลังลงเล่นในทีมชาติเซเนกัลมาด้วยกัน และเขาก็กลายเป็นคนยิงประตูใส่ ลิเวอร์พูล ทีมของรุ่นพี่ที่เขาเคารพให้พ่ายแพ้เป็นเกมแรกในการแข่งขันพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่เพิ่งผ่านไป

ผลงาน 28 เกมลีก 5 ประตู 4 แอสซิสต์

เดวิด บรู๊คส์ – บอร์นมัธ

เดวิด บรู๊คส์ (David Brooks) เพลย์เมกเกอร์ดีกรีทีมชาติเวลส์วัย 23 ปี ต้องพบฤดูกาลที่ไม่น่าจดจำ หลังจากต้องโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานอย่างหนักตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล และ เพิ่งหายกลับมาช่วยทีมได้ในช่วงรีสตาร์ทหนี โควิด

เดวิด-บรู๊คส์-(David-Brooks)
เดวิด-บรู๊คส์-(David-Brooks)

แต่มันไม่ทันแล้ว เพราะว่าผลงานของทีมดำดิ่งจนร่วงตกชั้นไปเรียบร้อย ขณะที่เจ้าตัวตกเป็นข่าว่าทางแมนยู ต้องการตัวเขาอยู่เช่นกัน

ผลงาน 9 เกมลีก 1 ประตู 0 แอสซิสต์

นาธาน อาเก้ – บอร์นมัธ

นาธาน อาเก้ (Nathan Aké) ปราหลังดีกรีทีมชาตฮอลแลนด์ ตามคาดการเขาน่าจะเป็นคนที่ได้ย้ายทีมแน่ ๆ ในตลาดนักเตะรอบนี้ เนื่งจากเจ้าตัวมีข่าวกับหลาย ๆ เหลือเกิน

นาธาน-อาเก้-(Nathan-Aké)
นาธาน-อาเก้-(Nathan-Aké)

ไม่ว่าจะเป็น เชลซี, แมนซิตี้ หรือว่า แมนยู ซึ่งตอนนี้ก็น่าจะอยู่ในขั้นตอนการเจรจาแล้ว จากนี้ก็ต้องมารอดูว่าเจ้าตัวจะเลือกย้ายไปยังทีมไหน

ผลงาน 29 เกมลีก 2 ประตู 2 แอสซิสต์

บอล หวย มวย บาคาร่า สล็อต joker ครบจบที่นี่ UFASTAR356

ศึกพรีเมียร์ลีก นัดสุดท้ายของฤดูกาล 2019/2020 ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว “หงส์แดง” ผงาดคว้าแชมป์สมัยที่ 19 ในรอบ 30 ปี ส่วนโควตาถ้วยถ้วยบิ๊กเอียร์ เป็น ลิเวอร์พูล , แมนฯ ซิตี้ , แมนยู และ เชลซี ขณะที่บทสรุปของ สถิติที่น่าสนใจ หลังจบซีซั่น ยังมีให้ติดตามกันอีกหลายประเด็น

เกมนัดสุดท้ายของลีกสูงสุดแดนผู้ดี จบลงแล้ว เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฏาคมที่ผ่านมา ขณะที่ สถิติที่น่าสนใจ ต่างๆ ทีมไหนยึดครองพื้นที่ แชมเปี้ยนส์ลีก , ยูโรป้า , ทีมไหนตกชั้น , ใครครองดาวซัลโว , และ 10 อันดับ แอสซิสต์ , ใบเหลือง , ใบแดง , แอสซิสต์ , ฟรีคิก หรือ สถิติอื่นๆ เรารวบรวมบทสรุปทั้งหมดของศึกพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ ให้คุณได้ติดตามกัน สถิติที่น่าสนใจ

บทสรุปหลังจบฤดูกาล ศึกพรีเมียร์ลีกซีซั่น 2019-2020

ลิเวอร์พูล-แชมป์พรีเมียร์ลีก-ฤดูกาล-2019-2020
ลิเวอร์พูล-แชมป์พรีเมียร์ลีก-ฤดูกาล-2019-2020
คว้าสิทธิ์ลงเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ฤดูกาล 2021
  • อันดับ 1. ลิเวอร์พูล (แชมป์)
  • อันดับ 2. แมนฯ ซิตี้
  • อันดับ 3. แมนฯ ยูไนเต็ด
  • อันดับ 4 .เชลซี
คว้าสิทธิ์ลงเล่น ยูฟ่า ยูโรป้าลีก ฤดูกาล 2021

เลสเตอร์ ซิตี้ , สเปอร์ส ส่วนโควต้าอีก 1 ทีมที่เหลือ ต้องรอผลเกมนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอคัพ ระหว่าง อาร์เซน่อล กับ เชลซี

แทงบอล

ซึ่งหาก ปืนใหญ่ คว้าแชมป์ เอฟเอคัพ พวกเขาจะได้สิทธิ์ไปยูโรป้าลีกทั้นที แต่ถ้า สิงห์บูลส์ ได้แชมป์ โควต้าจะตกมายังทีมอันดับ 7 นั่นก็คือ วูล์ฟแฮมป์ตัน เนื่องจาก เชลซี ได้สิทธิ์ลงถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกแล้ว

ลีดส์ ยูไนเต็ด (แชมป์เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2019/2020)
ลีดส์ ยูไนเต็ด (แชมป์เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2019/2020)
เลื่อนชั้นขึ้นมายัง พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2021
  • ลีดส์ ยูไนเต็ด (แชมป์เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2019/2020)
  • เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน
  • ฟูแล่ม (หลังจาก ลงเล่นรอบเพลย์ออฟ กับ เบรนท์ฟอร์ด , คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ และ สวอนซี ซิตี้)
ทีมตกชั้นไปยัง แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2021
  • นอริช
  • วัตฟอร์ด
  • บอร์นมัธ
นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี 2019-2020

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มิดฟิลด์ กัปตันทีม ของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล คว้ารางวัล นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี จากสมาคมนักข่าวอังกฤษ (Footballer of the Year award) ฤดูกาลนี้ไปครองได้สำเร็จ

จอร์แดน-เฮนเดอร์สัน-คว้ารางวัล-นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี
จอร์แดน-เฮนเดอร์สัน-คว้ารางวัล-นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี

โดยเอาเอาชนะคู่แข่งเมืองแมนเชสเตอร์ อย่าง เควิน เดอ บรอยน์ ของ แมนฯ ซิตี้ และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ของ แมนฯ ยูไนเต็ด

ดาวซัลโวสูงสุดฤดูกาล 2019/2020

เจมี่ วาร์ดี้ กองหน้ามากประสบการณ์ของ เลสเตอร์ ซิตี้ สร้างสถิติส่วนตัวกลายเป็นนักฟุตบอลที่อายุมากที่สุดที่ได้ครอบครองรองเท้าทองคำ (Golden Boot ) ในฐานะดาวซัลโวสูงสุด แทนที่ ดีดิเยร์ ดร็อกบาก ตำนานดาวยิง “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี

เจมี่-วาร์ดี้-ดาวซัลโวสูงสุดฤดูกาล-2019-2020
เจมี่-วาร์ดี้-ดาวซัลโวสูงสุดฤดูกาล-2019-2020
  • อันดับ 1. เจมี่ วาร์ดี้ (เลสเตอร์ ซิตี้) 23 ประตู จากการลงเล่น 35 เกมลีก
  • อันดับ 2.แดนนี่ อิงส์ (เซาธ์แธมป์ตัน) 22 ประตู จากการลงเล่น 38 เกมลีก
  • อันดับ 3. ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง (อาร์เซนอล) 22 ประตู จาก 36 เกมลีก
  • อันดับ 4. ราฮีม สเตอร์ลิง (แมนเชสเตอร์ ซิตี้) 20 ประตู จากการลงเล่น 33 เกมลีก
  • อันดับ 5. โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล) 19 ประตู จากการลงเล่น 34 เกมลีก
  • อันดับ 6. ซาดิโอ มาเน (ลิเวอร์พูล) 18 ประตู จากการลงเล่น 35 เกมลีก
  • อันดับ 7. แฮร์รี เคน (สเปอร์ส) 18 ประตู จากการลงเล่น 35 เกมลีก
  • อันดับ 8. มาร์คัส แรชฟอร์ด (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) 17 ประตู จาก 31 เกมลีก
  • อันดับ 9. ราอูล ฮิเมเนซ (วูล์ฟส์) 17 ประตู จาก 38 เกมลีก
  • อันดับ 10. อ็องโตนี มาร์กซิยาล (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) 17 ประตู จาก 32 เกมลีก
แอสซิสต์สูงสุดฤดูกาล 2019/2020 สถิติที่น่าสนใจ

เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมกเกอร์จอมทัพของ แมนฯ ซิตี้ ผ่านบอลให้เพื่อนไป 20 ครั้ง ครองตำแหน่ง แอสซิสต์สูงสุดฤดูกาล 2019/2020 และเป็นสถิติเทียบเท่ากับ เธียร์รี่ อองรี ตำนานกองหน้าชาวฝรั่งเศสในขณะที่ยังเล่นให้กับ อาร์เซน่อล ในซีซั่น 2002/2003 สถิติที่น่าสนใจ

  • อันดับ 1. เควิน เดอ บรอยน์ (แมนฯ ซิตี้) 23 ครั้ง จาก 35 เกมลีก
  • อันดับ 2. เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (ลิเวอร์พูล) 13 ครั้ง จาก 38 เกมลีก
  • อันดับ 3. แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน (ลิเวอร์พูล) 12 ครั้ง จาก 36 เกมลีก
  • อันดับ 4. โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (ลิเวอร์พูล) 10 ครั้ง จาก 34 เกมลีก
  • อันดับ 5. ดาบิด ซิลบา (แมนฯ ซิตี้) 10 ครั้ง จาก 35 เกมลีก
  • อันดับ 6. ซน ฮึง-มิน (สเปอร์ส) 10 ครั้ง จาก 30 เกมลีก
  • อันดับ 7. ริยาด มาห์เรซ (แมนฯ ซิตี้) 9 ครั้ง จาก 27 เกมลีก
  • อันดับ 8. อดาม่า ตราโอเร่ (วูล์ฟส์) 9 ครั้ง จาก 37 เกมลีก
  • อันดับ 9. โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ (ลิเวอร์พูล) 9 ครั้ง จากการลงเล่น 38 เกมลีก
  • อันดับ 10. ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ (เลสเตอร์ ซิตี้) 9 ครั้ง จากการลงเล่น 36 เกมลีก
คลีนชีตสูงสุดฤดูกาล 2019/2020

เอแดร์ซอน ผู้รักษาประตูชาวบราซิเลียนของ แมนฯ ซิตี้ สร้างผลงานเก็บสูงสุดคลีนชีตซีซั่นนี้ไป 16 เกม พร้อมคว้ารางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม ไปครอง สถิติที่น่าสนใจ

  • อันดับ 1. เอแดร์ซอน (แมนฯ ซิตี้) 16 คลีนชีต จาก 35 เกมลีก
  • อันดับ 2. นิค โป๊ป (เบิร์นลีย์) 15 คลีนชีต จาก 38 เกมลีก
  • อันดับ 3. ดีน เฮนเดอร์สัน (เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด) 13 คลีนชีต จาก 36 เกมลีก
  • อันดับ 4. แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล (เลสเตอร์ ซิตี้) 13 คลีนชีต จาก 38 เกมลีก
  • อันดับ 5. อลิสสัน เบ็คเกอร์ (ลิเวอร์พูล) 13 คลีนชีต จาก 29 เกมลีก
  • อันดับ 6. ดาบิด เด เคอา (แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด) 13 คลีนชีต จาก 38 เกมลีก
  • อันดับ 7. รุย ปาทริซิโอ (วูล์ฟแฮมป์ตัน) 13 คลีนชีต จาก 38 เกมลีก
  • อันดับ 8. มาร์ติน ดูบราฟก้า (นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด) 11 คลีนชีต จาก 38 เกมลีก
  • อันดับ 9. บิเซนเต้ ไกวต้า คริสตัล พาเลซ) 10 คลีนชีต จาก 35 เกมลีก
  • อันดับ 10. แม็ทธิว ไรอัน (ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน) 9 คลีนชีต จาก 38 สถิติที่น่าสนใจเกมลีก
รับใบเหลืองสูงสุดฤดูกาล 2019/2020
  • อันดับ 1. ลูก้า มิลิโวเยวิช (คริสตัลพาเลซ) 12 ใบเหลือง จาก 31 เกมลีก
  • อันดับ 2. เจฟเฟอร์สัน เลอร์ม่า (บอร์นมัธ ) 11 ใบเหลือง จาก 33 เกมลีก
  • อันดับ 3. เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ (เบิร์นลีย์) 10 ใบเหลือง จาก 38 เกมลีก
  • อันดับ 4. จอร์จินโญ่ (เชลซี) 10 ใบเหลือง จาก 31 เกมลีก
  • อันดับ 5. โรแม็ง ซาอิสส์ (วูล์ฟแฮมป์ตัน) 10 ใบเหลือง จาก 33 เกมลีก
  • อันดับ 6. กรานิต ชาก้า (สเปอร์ส) 10 ใบเหลือง จาก 31 เกมลีก
  • อันดับ 7. คัลลัม วิลสัน (บอร์นมัธ) 9 ใบเหลือง จาก 35 เกมลีก
  • อันดับ 8. เจมส์ วอร์ด-พราวส์ (เซาแธมป์ตัน) 9 ใบเหลือง จาก 38 เกมลีก
  • อันดับ 9. ลูอิส ดังค์ (ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน) 9 ใบเหลือง จาก 38 เกมลีก
  • อันดับ 10. รูแบน แนวึช (วูล์ฟแฮมป์ตัน) 9 ใบเหลือง จาก 38 เกมลีก
รับใบแดงสูงสุดฤดูกาล 2019/2020 สถิติที่น่าสนใจ
  • อันดับ 1. แฟร์นันดินโญ่ (แมนฯ ซิตี้) 2 ใบแดงโดยตรง จาก 30 เกมลีก
  • อันดับ 2. ดาวิด ลุยซ์ (อาร์เซนอล) 2 ใบแดงโดยตรง จาก 33 เกมลีก
  • อันดับ 3. คริสเตียน คาบาเซเล่ (วัตฟอร์ด) 1 ใบแดงโดยตรง / 1 จาก 27 เกมลีก
  • อันดับ 4. วิลลี่ โบลีย์ (วูล์ฟแฮมป์ตัน) 1 ใบแดงโดยตรง / 1 เหลืองแดง จาก 22 เกมลีก
  • อันดับ 5. ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง (อาร์เซนอล) 1 ใบแดงโดยตรง จาก 36 เกมลีก
  • อันดับ 6. ซน ฮึง-มิน (สเปอร์ส) 1 ใบแดงโดยตรง จาก 30 เกมลีก
  • อันดับ 7. ชากลาร์ โซยุนซู (เลสเตอร์ ซิตี้) 1 ใบแดงโดยตรง จาก 34 เกมลีก
  • อันดับ 8. คริสติย็อง เบนเตเก้ (คริสตัล พาเลซ) 1 ใบแดงโดยตรง จาก 24 เกมลีก
  • อันดับ 9. จอนนี อีแวนส์ (เลสเตอร์ ซิตี้) 1 ใบแดงโดยตรง จาก 38 เกมลีก
  • อันดับ 10. เอมิเลียโน บูเอนเดีย (นอริช ซิตี้) 1 ใบแดงโดยตรง จาก 36 เกมลีก
5 อันดับ นักเตะที่ทำประตูจากลูกฟรีคิก สูงสุดฤดูกาล 2019/2020
  • อันดับ 1. ดาบิด ซิลบา (แมนฯ ซิตี้) 2 ประตู จากการยิง 5 ครั้ง
  • อันดับ 2. ริยาด มาห์เรซ (แมนฯ ซิตี้) 2 ประตู จากการยิง 6 ครั้ง
  • อันดับ 3. แฮร์รี วิลสัน (บอร์นมัธ) 2 ประตู จากการยิง 12 ครั้ง
  • อันดับ 4. เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (ลิเวอร์พูล) 2 ประตู จากการยิง 13 ครั้ง
  • อันดับ 5. เจมส์ วอร์ด-พราวส์ (เซาแธมป์ตัน) 2 ประตู จากการยิง 24 ครั้ง สถิติที่น่าสนใจ
5 อันดับ นักเตะที่ทำประตูจากลูกจุดโทษ สูงสุดฤดูกาล 2019/2020
  • อันดับ 1. มาร์คัส แรชฟอร์ด (แมนฯ ยูไนเต็ด) 6 ประตู จากการยิงจุดโทษ 8 ครั้ง
  • อันดับ 2. ทรอย ดีนี่ย์ (วัตฟอร์ด) 5 ประตู จากการยิงจุดโทษ 6 ครั้ง
  • อันดับ 3.บรูโน่ เฟอร์นานเดส (แมนฯ ยูไนเต็ด) 4 ประตู จากการยิงจุดโทษ 4 ครั้ง
  • อันดับ 4. วิลเลียน (เชลซี) 4 ประตู จากการยิงจุดโทษ 4 ครั้ง
  • อันดับ 5. ราอูล ฮิเมเนซ (วูล์ฟส์) 4 ประตู จากการยิงจุดโทษ 4 ครั้ง

บอล หวย มวย บาคาร่า สล็อต joker ครบจบที่นี่ UFASTAR356

7 ทีมเท่านั้น สโมสรใดคือยอดทีม ที่สร้าง เกียรติประวัติไว้บน ทำเนียบแชมป์ พรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่ฤดูกาล 1992-2020

เป็นที่ทราบกันว่า ลิเวอร์พูล คือแชมป์พรีเมียร์ลีก ซีซั่นล่าสุด หลังรอคอยความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ยาวนานถึง 30 ปี ขณะที่พวกเขาเขียนหน้าประวัติศาสตร์ให้ตนเองไว้บน ทำเนียบแชมป์ ลีกสูงสุดของอังกฤษ ด้วยการความแชมป์ลีกสมัยที่ 19 ไปครอบได้สำเร็จ แทงบอล

ศึกพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ เดินทางมาถึง เกมที่ 37 แล้ว ซึ่ง ลิเวอร์พูล ปิดฉากเกมนัดสุดท้ายในแอนฟิลด์ซีซั่นนี้อย่างสวยงาม ด้วยการอัด เชลซี 5-3 ฉลองแชมป์อย่างสะใจ ก่อนก้าวขึ้นไปรับโทรฟี่แชมป์ที่รอคอยมานานถึง 30 ปีอย่างยิ่งใหญ่

ขณะที่ หงส์แดง เหลือเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล คือบุกถิ่น เซนต์เจมส์พาร์ก ของ ‎นิวคาสเซิ่ล ในคืนวันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม 2563 นี้ โดยความน่าสนใจที่เราจะนำเสนอในวันนี้ นั่นก็คือ ทีมที่สามารถครองแชมป์พรีเมียร์ลีก ตลอดช่วงเวลา 28 ปี ที่ผ่านมา

เปิดรายชื่อ 7 สโมสรบน ทำเนียบแชมป์ ลีกสูงสุดแดนผู้ดี นับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อจาก “ฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง” เป็น พรีเมียร์ลีก

“ฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง” (First Division) ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น “พรีเมียร์ลีก” (Premier League) นับตั้งแต่ฤดูกาล 1992-93 เป็นต้นมา

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เริ่มต้นจากแนวคิดของ รูเพิร์ธ เมอร์ด็อก (Rupert Murdoch) นักธุรกิจสื่อชั่นนำ ที่เสนอแนวทางการแยกตัวออกจาก “ลีกฟุตบอลอังกฤษ” (English Football League-EFL) มาเป็นชื่อ “พรีเมียร์” ที่เราคุ้นชินนั่นเอง

ขณะที่ “ฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง” นับว่าเป็นลีกฟุตบอลอาชีพ ที่มีความเก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งเริ่มการแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1888 เป็นต้นมา

ทีมที่สามารถครองแชมป์พรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่ ฤดูกาล 1992-2020

Manchester-United-Premier-League-1992-93
Manchester-United-Premier-League-1992-93
Champions 1992/93 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้จัดการทีม : อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
เป็นการย้ายมาร่วมทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ฤดูกาลแรกของ เอริค คันโตน่า ผู้ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในตำนานนักเตะ ของ “ปีศาจแดง” ในเวลาต่อมาChampions 1993/94 ทำเนียบแชมป์

Manchester-United-Premier-League-1993-94
Manchester-United-Premier-League-1993-94
Champions 1993/94 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้จัดการทีม : อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
เอริค คันโตน่า ยังเป็นแกนหลักพาทีมคว้าแชมป์ เป็นปีที่สองติดต่อกัน

Blackburn-Rovers-Champions-1994-95
Blackburn-Rovers-Champions-1994-95
Champions 1994-95 แบล๊กเบิร์น โรเวอร์ส

แบล็คเบิร์น
ผู้จัดการทีม : เคนนี่ ดัลกลิช
อลัน เชียเรอร์ และ คริส ซัตตัน จับคู่ยิงรวมกัน 49 ประตู
ช่วยให้ทัพ “กุหลาบไฟ” คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จ

Manchester-United-Premier-League-1995-96
Manchester-United-Premier-League-1995-96
Champions 1995-96 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้จัดการทีม : อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
“เฟอร์กี้” ลบคำสบประมาท เมื่อพาทีม “ปีศาจแดง”
คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ภายใต้สโลแกน “เฟอร์กี้ เบ็บส์”
เพราะแกนหลักในทีมใช้เด็กสร้างมากมาย เช่น แกรี่/ฟิล เนวิลล์ , เบ็คแฮม , สโคลส์ , บัตต์ , กิ๊กส์ ขณะที่ เอริค คันโตน่า ยังคงเป็นแกนหลักเช่นเดิม

Manchester-United-Premier-League-1996-97
Manchester-United-Premier-League-1996-97
Champions 1996-97 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้จัดการทีม : อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
เป็นปีแจ้งเกิดของ เดวิด เบ็คแฮม จากการยิงประตูครึ่งสนามในเกมเปิดฤดูกาล จากนั้นมา “หนุ่มเบ็คส์” ก็กลายเป็นนักเตะ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังจนถึงทุกวันนี้

Arsenal-Premier-League-1997-98
Arsenal-Premier-League-1997-98
Champions 1997-98 อาร์เซน่อล

อาร์เซน่อล
ผู้จัดการทีม : อาร์แซน เวนเกอร์
คว้าแชมป์โดยมีคะแนนเหนืออันดับสองอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1 คะแนน

Manchester-United-Premier-League-1998-99
Manchester-United-Premier-League-1998-99
Champions 1998-99 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้จัดการทีม : อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
แมนฯ ยูไนเต็ด ทวงแชมป์คืนจาก อาร์เซน่อล
ด้วยคะแนนห่างเพียง 1 คะแนนเช่นกัน พร้อมสร้างประวัติศาสตร์คว้า ทริปเปิลแชมป์ (แชมเปี้ยนส์ ลีก / พรีเมียร์ลีก / เอฟเอคัพ) “เฟอร์กี้” จึงได้รับการประดับยศให้เป็น เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ในเวลาต่อมา

Manchester-United-Premier-League-1999-00
Manchester-United-Premier-League-1999-00
Champions 1999-00 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้จัดการทีม : เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
คว้าแชมป์ด้วยการทิ้งห่างอันดับสองอย่าง
อาร์เซน่อล ถึง 18 คะแนน

Manchester-United-Premier-League-2000-01
Manchester-United-Premier-League-2000-01
Champions 2000-01 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้จัดการทีม : เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
เป็นฤดูกาลที่ เท็ดดี้ เชอร์ริงแฮม ในวัย 35 ปี
ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม คว้านักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของ สมาคมนักฟุตบอลอาชีพของอังกฤษ (PFA)

Arsenal-Premier-League-2001-02
Arsenal-Premier-League-2001-02
Champions 2001-02 อาร์เซน่อล

อาร์เซน่อล
ผู้จัดการทีม : อาร์แซน เวนเกอร์
เธียร์รี่ อองรี มีส่วนสำคัญช่วยให้ทีมคว้าแชมป์
และยังเป็นดาวซัลโวสูงสุดในลีก ด้วยผลงาน 24 ประตู

Manchester-United-Premier-League-2002-03
Manchester-United-Premier-League-2002-03
Champions 2002-03 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้จัดการทีม : เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
“เฟอร์กี้” ประกาศจะเลิกคุมทีมหลังจบฤดูกาล 2001-02 แต่ตัดสินใจคุมทีมต่อ และทวงแชมป์คืนจากอาร์เซน่อล ด้วยกำลังสำคัญอย่าง รุด ฟาน นิสเตลรอย ที่คว้าตำแหน่งดาวซัลโว โดยยิงไป 25 ประตู

Arsenal-Premier-League-2003-04
Arsenal-Premier-League-2003-04
Champions 2003-04 อาร์เซน่อล

อาร์เซน่อล
ผู้จัดการทีม : อาร์แซน เวนเกอร์
อาร์เซน่อล เขียนประวัติศาสตร์ให้ตนเอง คว้าแชมป์ไร้พ่าย เป็นทีมแรก นับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อ “ฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง” มาเป็น “พรีเมียร์ลีก” โดยไม่แพ้ทีมใดเลย จนได้รับฉายาว่า “อาร์เซน่อล ผู้ไร้เทียมทาน” ( The Invincibles )

Chelsea-Premier-League-2004-05
Chelsea-Premier-League-2004-05
Champions 2004-05 เชลซี

เชลซี
ผู้จัดการทีม : โชเซ่ มูรินโญ่
โชเซ่ มูรินโญ่ โชว์ผลงานพาทีมเชลซี คว้าแชมป์ได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เข้ามาคุมทีม

Chelsea-Premier-League-2005-06
Chelsea-Premier-League-2005-06
Champions 2005-06 เชลซี

เชลซี
ผู้จัดการทีม : โชเซ่ มูรินโญ่
โชเซ่ มูรินโญ่ ยังโชว์ความสุดยอดอีกครั้ง จากการพาทัพ สิงห์บูลส์ เชลซี คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้เป็นฤดูกาลที่สองติดต่อกัน

Manchester-United-Premier-League-2006-07
Manchester-United-Premier-League-2006-07
Champions 2006-07 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้จัดการทีม : เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
เป็นปีที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โชว์ฟอร์มสุดยอด คว้านักฟุตบอลยอดเยี่ยม และนักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยม จากสมาคมนักฟุตบอลอาชีพของอังกฤษ (PFA)

Manchester-United-Premier-League-2007-08
Manchester-United-Premier-League-2007-08
Champions 2007-08 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้จัดการทีม : เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

เป็นปีที่ “ปีศาจแดง” คว้าได้ทั้งแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

ขณะที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก้าวสู่การเป็นนักเตะระดับโลกอย่างเต็มขั้น ด้วยผลงาน 31 ประตู ครองดาวซัลโวลีก พร้อมคว้ารางวัล นักเตะยอดเยี่ยม จากสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ (PFA) เป็นปีที่สองติดต่อกัน และ รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของยุโรปไปครอง

Manchester-United-Premier-League-2008-09
Manchester-United-Premier-League-2008-09
Champions 2008-09 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้จัดการทีม : เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
ปีสุดท้ายของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ก่อนย้ายไป เรอัลฯ
โดยเจ้าตัวเป็นรองดาวซัลโว ด้วยจำนวน 18 ประตู ช่วยให้ “ปีศาจแดง” ผงาดคว้าแชมป์เป็นปีที่สามติดต่อกัน

Chelsea-Premier-League-2009-10
Chelsea-Premier-League-2009-10
Champions 2009-10 เชลซี

เชลซี
ผู้จัดการทีม : คาร์โล อันเชล็อตติ
คาร์โล อันเชล็อตติ โชว์ผลงานพาทีมเชลซี คว้าแชมป์ได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เข้ามาคุมทีม

Manchester-United-Premier-League-2010-11
Manchester-United-Premier-League-2010-11
Champions 2010-11 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้จัดการทีม : เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
“ปีศาจแดง” กลายเป็นทีมที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุด
ของอังกฤษ มากที่สุดถึง 19 สมัย (ดิวิชั่น 1 เดิม = 7 สมัย, พรีเมียร์ลีก = 12 สมัย) ทำลายสถิติแชมป์ลีกสูงสุด 18 สมัย ของ ลิเวอร์พูล ได้สำเร็จ

Manchester-City-Premier-League-20011-12
Manchester-City-Premier-League-20011-12
Champions 2011-12 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ผู้จัดการทีม : โรแบร์โต้ มันชินี่
ซิตี้ จบฤดูกาลด้วยการมี 89 คะแนน เท่ากับ ยูไนเต็ด จึงเป็นครั้งแรกที่ต้องวัดแชมป์ด้วยผลต่างประตู ได้-เสีย ซึ่ง “เรือใบสีฟ้า” มีผลต่างดีกว่า “ปีศาจแดง” 8 ประตู ใน ทำเนียบแชมป์

Manchester-United-Premier-League-2012-13
Manchester-United-Premier-League-2012-13
Champions 2012-13 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ผู้จัดการทีม : เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
แมนฯ ยูไนเต็ด ทวงแชมป์คืนจาก แมนฯ ซิตี้ ได้ทันที และ เป็นการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษได้เป็นสมัยที่ 20 พร้อมทั้งปิดฉากการคุมทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน หลังทำทีมนานเกือบ 27 ปี ( พ.ย.1986 – พ.ค.2013 )

Manchester-City-Premier-League-20013-14
Manchester-City-Premier-League-20013-14
Champions 2012-13 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ผู้จัดการทีม : มานูเอล เปเยกรินี่
มานูเอล เปเยกรินี่ คว้าแชมป์ได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่คุมทีม ส่งผลให้ แมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์ลีกเป็นสมัยที่ 2 ในรอบ 3 ปี

Chelsea-Premier-League-2014-15
Chelsea-Premier-League-2014-15
Champions 2014-15 เชลซี

เชลซี
ผู้จัดการทีม : โชเซ่ มูรินโญ่
เชลซี คว้าแชมป์มาครองได้ก่อนจบฤดูกาล ขณะที่เหลือการแข่งขันอีก 3 นัด

Leicester-City-Premier-League-2015-16
Leicester-City-Premier-League-2015-16
Champions 2015-16 เลสเตอร์ ซิตี้

เลสเตอร์ ซิตี้
ผู้จัดการทีม : เคลาดิโอ รานิเอรี
เลสเตอร์ ซิตี้ สร้างตำนานแชมป์เทพนิยาย ให้ทั่วโลกต้องจดจำ ด้วยการเป็นแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร (ก่อตั้งสโมสรเมื่อปี 1884) หลังจาก เลื่อนชั้นขึ้นมายังลีกสูงสุดและเถลิงแชมป์ได้ทันที

ขณะที่ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ทำผลงานพาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกในชีวิตการคุมทีมเช่นกัน

Chelsea-Premier-League-2016-17
Chelsea-Premier-League-2016-17
Champions 2016-17 เชลซี

เชลซี
ผู้จัดการทีม : อันโตนิโอ คอนเต้
เชลซี เก็บชัยตลอดฤดูกาลได้มากที่สุด (30 เกม) ทำให้ อันโตนิโอ คอนเต้ กลายเป็นกุนซืออีกหนึ่งคนใน ทำเนียบแชมป์ ที่สามารถ พาทีมคว้าแชมป์ได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เข้ามาคุมทีม

Manchester-City-Premier-League-20017-18
Manchester-City-Premier-League-20017-18
Champions 2017-18 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า
เป้นฤดูกาลที่ แมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์ พร้อมกับการทำลาย แทงบอลออนไลน์ สถิติอีกมากมาย

  • เป็นทีมแรกที่เก็บได้ถึง 100 แต้ม
  • ทิ้งห่างอันดับ 2 มากที่สุด (19 แต้ม)
  • เก็บชัยชนะได้มากสุด (32 นัด)
  • ยิงประตูได้มากที่สุด (106 ประตู)
  • ชนะติดต่อกันมากที่สุด (18 เกม) ทำเนียบแชมป์
Manchester-City-Premier-League-20018-19
Manchester-City-Premier-League-20018-19
Champions 2018-19 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ผู้จัดการทีม : เป๊ป กวาร์ดิโอล่า
แมนฯ ซิตี้ ป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จ
โดยเก็บชัยในลีกได้มากสุด (32 นัด) เท่าซีซั่นก่อน และเป็นอีกครั้งที่ทีมแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีแต้มมากกว่าทีมอันดับสอง (ลิเวอร์พูล) แค่ 1 แต้ม

พร้อมทั้งสร้างประวัติศาสตร์เป็นสโมสรแรกในอังกฤษ ที่คว้า 3 แชมป์ในประเทศได้ในฤดูกาลเดียว (พรีเมียร์ลีก / เอฟเอคัพ / ลีกคัพ)

Liverpool-Premier-League-2019-2020
Liverpool-Premier-League-2019-2020
Champions 2019-20 ลิเวอร์พูล

ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์ ทำเนียบแชมป์
ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ในรอบ 30 ปี และ เป็นการคว้าแชมป์เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอล อังกฤษ ด้วยการเหลือเกมการแข้งขันอีก 7 นัดด้วยกัน

โดยลิเวอร์พูลเตะ 31 นัด มี 86 คะแนน ทิ้งห่างอันดับ 2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 23 คะแนน เตะ 31 นัด มี 63 คะแนน

ลิเวอร์พูล 1 สมัย หากรวมถ้วยแชมป์ที่ใช้ชื่อ “ฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง” 18 สมัย รวมทั้งหมด 19 สมัย

ขณะที่ “หงส์แดง” ลงเล่น เกมนัดที่ 38 ของฤดูกาล บุกชนะ นิวคาสเซิล 1-3 ลิเวอร์พูล

  • อันดับ 1. ลิเวอร์พูล (แชมป์)
  • อันดับ 2. แมนฯ ซิตี้
  • อันดับ 3. แมนฯ ยูไนเต็ด
  • อันดับ 4 .เชลซี

เกร็ดน่ารู้

รู้หรือไม่ 7 ทีม ทีสามารถคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ไปครองตลอด 28 ปี คือทีมใดบ้าง

  1. แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 13 สมัย ( ฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง 7 สมัย รวมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษ ทั้งสิ้น 20 สมัย)
  2. ลิเวอร์พูล 1 สมัย (ฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง 18 สมัย รวมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษ ทั้งสิ้น 19 สมัย)
  3. อาร์เซน่อล 3 สมัย (ฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง 10 สมัย รวมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษ ทั้งสิ้น 13 สมัย)
  4. แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 4 สมัย (ฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง 2 สมัย รวมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษ ทั้งสิ้น 6 สมัย)
  5. เชลซี 5 สมัย (ฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง 1 สมัย รวมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษ ทั้งสิ้น 6 สมัย)
  6. แบล๊กเบิร์น โรเวอร์ส 1 สมัย (ฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง 2 สมัย รวมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดอังกฤษ ทั้งสิ้น 3 สมัย)
  7. เลสเตอร์ ซิตี้ 1 สมัย ทำเนียบแชมป์

บอล หวย มวย บาคาร่า สล็อต joker ครบจบที่นี่ UFASTAR356

เปิดโฉมหน้าสุดยอดกุนซือ แห่งทศวรรษ ที่มี สไตล์เกมบุกเร้าใจ ตามแบบฉบับของตนเองจนถูกยกให้เป็นที่สุดของยอดกุนซือ พรีเมียร์ลีก

สไตล์เกมบุกเร้าใจ จัดจ้าน การเน้นเข้าบอลเพรสซิ่งเร็ว กดดันคู่แข่งอยู่ตลอดเวลา ครองบอลสวยงาม หรือตั้งรับแล้วสวนโป้ง เดียวจอด เปิดโฉมหน้าสุดยอดกุนซือใน พรีเมียร์ลีก แห่งทศวรรษ

5 ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในช่วงรอบ 10 ปีที่ผ่านมา (2010-2020)

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

แม้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะทำงานในช่วงทศวรรษนี้จนถึงแค่ปี 2013 แต่เวลาแค่ 4 ปี (2010-2013) ก็แสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยมของตำนานกุนซือชาวสกอตต์ได้เป็นอย่างดี

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
เซอร์-อเล็กซ์-เฟอร์กูสัน

“เฟอร์กี้” นำ แมนฯ ยูไนเต็ด ครองความยิ่งใหญ่ต่อเนื่องมาถึงในช่วงต้นทศวรรษ โดยได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2010/11 และ 2012/13

นอกจากนั้น เฟอร์กูสัน ยังพา “ปีศาจแดง” เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีก 1 หน ในฤดูกาล 2010/11 แต่น่าเสียดายที่แพ้ บาร์เซโลน่า 1-3 ในนัดชิงดำ

เจอร์เก้น คล็อปป์

กุนซือชาวเยอรมัน วัย 52 ปี เข้ามาคุม ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2015 และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม รวมทั้งมีสไตล์การเล่นที่เร้าใจเหมือนฟังเพลงเฮฟวี่เมทัล

เจอร์เก้น-คล็อปป์ สไตล์เกมบุกเร้าใจ
เจอร์เก้น-คล็อปป์

คล็อปป์ นำ ลิเวอร์พูล ได้แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2018/19 ด้วยการเอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในนัดชิงชนะเลิศ หลังจากที่ซีซั่นก่อนหน้าก็ได้รองแชมป์

นอกจากนั้น ในปี 2019 คล็อปป์ ยังพา “หงส์แดง” คว้าแชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และสโมสรโลกอีกด้วย ทำให้ ลิเวอร์พูล กลายเป็นทีมแรกจากอังกฤษ ที่ได้แชมป์ 3 รายการใหญ่รายการระดับนานาชาติในรอบปีปฏิทินเดียวกัน

 แทงบอล 

ขณะที่ผลงานใน พรีเมียร์ลีก ของ ลิเวอร์พูล ก็ทำได้ดีขึ้นเรื่อยๆ หลังซีซั่นก่อนได้รองแชมป์โดยแพ้ แมนฯ ซิตี้ ไปแค่คะแนนเดียวเท่านั้น

แต่ฤดูกาลนี้มี เจอร์เก้น คล็อปป์ กลายเป็นกุนซือแชมป์ประวัติศาสตร์ ของ ลิเวอร์พูล หลังทีมของพวกเขาคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ซีซั่น 2020 อย่างเป็นทางการในรอบ 30 ปี

เคลาดิโอ รานิเอรี่

กุนซือชาวอิตาเลียน วัย 68 ปี ผ่านการคุมทีมมาอย่างโชกโชน แต่ที่สร้างชื่อได้มากสุดคือการพา เลสเตอร์ ซิตี้ สร้างปาฎิหาริย์คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก เมื่อฤดูกาล 2015/16

เคลาดิโอ รานิเอรี่ สไตล์เกมบุกเร้าใจ
เคลาดิโอ รานิเอรี่

ในปีนั้นไม่มีใครมองว่า “สุนัขจิ้งจอก” จะคว้าแชมป์ ขนาดบริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายในอังกฤษ ยังให้อัตราต่อรองแชมป์ตอนเปิดซีซั่นไว้ถึง 5,000/1 (แทง 1 จ่าย 5,000 ไม่รวมทุน) เลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม รานิเอรี่ สามารถพา เลสเตอร์ คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก และนั่นคงเป็นจุดสูงสุดในอาชีพการเป็นกุนซือของเขาแล้ว โดยปัจจุบันเขาไปคุม ซามพ์โดเรีย ใน เซเรีย อา

ในทีม เลสเตอร์ ชุดนั้นมีกำลังสำคัญอย่าง แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล, ริยาด มาห์เรซ, เอ็นโกโล่ ก็องเต้ และ เจมี่ วาร์ดี้ โดยการคว้าแชมป์ครั้งนั้นถือเป็นเหตุการณ์น่าจดจำสุดในรอบ 10 ปีของวงการฟุตบอลอังกฤษเลยก็ว่าได้ และคงเป็นเรื่องที่ถูกเล่าขานไปอีกนาน

เป็ป กวาร์ดิโอล่า

เป็ป สร้างชื่อให้ตนเองตั้งแต่สมัยคุม บาร์เซโลน่า ที่พาทีมกวาดแชมป์มากมาย ก่อนไปประสบความสำเร็จกับ บาเยิร์น มิวนิค

เป็ป-กวาร์ดิโอล่า สไตล์เกมบุกเร้าใจ
เป็ป-กวาร์ดิโอล่า

กุนซือชาวสแปนิช เข้ามาคุม แมนฯ ซิตี้ เมื่อปี 2016 โดยฤดูกาลแรกอาจยังผลงานไม่ดีโดยได้แค่อันดับ 3 ใน พรีเมียร์ลีก แต่หลังจูนเครื่องติดเขาก็นำทีมทำผลงานได้อย่างสุดยอด

เป็ป พา “เรือใบสีฟ้า” คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก มา 2 สมัยติดในฤดูกาล 2017/18 และ 2018/19 รวมทั้งได้แชมป์ เอฟเอ คัพ 2018/19, ลีก คัพ 2017/18 และ 2018/19 และ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 2018 กับ 2019

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่

แม้กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ จะไม่เคยได้แชมป์ในการทำงานที่อังกฤษ กับทั้ง เซาธ์แฮมป์ตัน และ ท็อตแน่ม ฮ็ อทสเปอร์ แต่เขาก็สร้างความสะเทือนให้กับบรรดาทีมใหญ่ทั้งหลาย

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ สไตล์เกมบุกเร้าใจ
เมาริซิโอ-โปเช็ตติโน่

โปเช็ตติโน่ อำลา เอสปันญ่อล มาคุม เซาธ์แฮมป์ตัน เมื่อปี 2012 และทำทีมได้ดี จน สเปอร์ส ดึงไปกุมบังเหียนเมื่อปี 2014

โปเช็ตติโน่ สร้าง สเปอร์ส ให้เป็นทีมที่เล่นเกมบุก ต่อบอลสวยงามถูกใจแฟนบอล แม้จะไม่ได้มีเงินให้ไปซื้อนักเตะมากมายก็ตาม

พอช นำ บาคาร่า “ไก่เดือยทอง” ทำอันดับไปเล่นถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้แทบทุกปี และได้รองแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยเขาพาทีมติดท็อปโฟร์ของตารางได้ 4 ใน 5 ซีซั่นที่ทำงาน

น่าเสียดายที่ โปเช็ตติโน่ ต้องอำลา สเปอร์ส ไปแล้ว หลังทีมออกสตาร์ตฤดูกาลนี้ไม่ดี แต่เชื่อว่า อีกไม่นานจะได้งานใหม่กับทีมใหญ่แน่นอน เพราะมีฝีมือรับประกันอยู่แล้ว เล่นบาคาร่า sagaming.game

บอล หวย มวย บาคาร่า สล็อต joker ครบจบที่นี่ UFASTAR356

หงส์แดง ผู้นำจ่าฝูงลีกแดนผู้ดี ทำแต้มทิ้งห่าง เรือใบสีฟ้า 22 คะแนน พวกเขาต้องการอีก 6 แต้มจาก 9 เกมสุดท้ายก็จะการันตีแชมป์ทันที นอกจากพื้นที่แชมป์ยังมีความน่าสนใจใน 5 เกมสำคัญ ที่คอบอลพรีเมียร์ลีกไม่ควรพลาด นั่นก็คือศึกชิงพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ การลุ้นหนีตกชั้น

โค้งสุดท้ายศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลับมาระเบิดแข้งกันแล้ว หลังหยุดไปจากสถานการณ์ COVID-19 โดย เกมสำคัญ แมนซิตี้ เอาชนะ อาร์เซนอล ไปอย่างขาดลอย 3-0 เมื่อคืนวันพุธที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมา แทงบอลออนไลน์

ซึ่งสถานการณ์ใน จากตารางคะแนนลีกสูงสุดของอังกฤษ กำลังเข้มข้นสุด ๆ ไม่ว่าจะเป็นการลุ้นแชมป์ที่จ่าฝูง ลิเวอร์พูล กำลังเข้าใกล้บัลลังก์แชมป์ ขณะที่การแย่งชิงพื้นที่ ถ้วย บิ๊กเอียร์ ของหลาย ๆ ทีมนับว่าสูสีกันมาก รวมถึงโซนหนีตกชั้น ที่ต้องลุ้นกันอย่างดุเดือด

ศึก พรีเมียร์ลีก จะรีสตาร์ตกลับมาแข่งขันช่วงที่เหลืออีก 8 หรือ 9 เกม (บาวทีมแข่งขันไปแล้ว) เราไปติดตาม 5 เกมสำคัญที่คอบอลไม่ควรพลาดมาให้ชมกัน บาคาร่า 

เกมที่ 5. เวสต์แฮม ยูไนเต็ด VS แอสตัน วิลล่า

วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม

แมตช์ปิดฤดูกาลอาจเป็นเกมชี้ชะตาการอยู่รอดของบรรดาทีมที่ลุ้นหนีตกชั้น โดย เวสต์แฮม, วัตฟอร์ด และ บอร์นมัธ มีคะแนนเท่ากันที่ 27 แต้ม ห่างจากรองบ๊วยอย่าง แอสตัน วิลล่า อยู่เพียง 2 แต้ม

เกมสำคัญ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด VS แอสตัน วิลล่า

ซึ่งการโคจรมาพบกันระหว่าง เวสต์แฮม กับ วิลล่า ในเกมสุดท้ายอาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และเมื่อถึงเวลานั้นใครจะไปรู้ว่าสถานการณ์อาจจะนำพาให้ทั้งคู่ต้องมาตัดสินกันในนัดสุดท้ายของซีซั่นก็เป็นได้

เกมที่ 4. เลสเตอร์ ซิตี้ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม

เกมสุดท้ายของฤดูกาล คือการเปิดไพ่ดูว่าทีมไหนจะคว้าตั๋วไปเล่นใน แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า ซึ่งสถานการณ์การถูกแบนของ แมนซิตี้ ทำให้อันดับ 5 จะได้สิทธิ์ไปเล่นในฟุตบอลถ้วยใหญ่ของยุโรป

เกมสำคัญ เลสเตอร์ ซิตี้ VS แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ผลงานอันยอดเยี่ยมในฤดกาลนี้ทำให้ เลสเตอร์ ครองอันดับ 3 แบบชิล ๆ แต่ทว่าในช่วงโค้งสุดท้ายพวกเขาต้องเจอกับโปรแกรมสุดโหดด้วยการเล่นกับ เชลซี อันดับ 4 รวมถึงต้องเจอทีมอย่าง อาร์เซนอล กับ สเปอร์ส และปิดท้ายด้วย แมนยู ในนัดปิดฤดูกาล

ขณะที่ทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ได้เปรียบไม่น้อย เมื่อพวกเขาได้เล่นกับทีมที่อยู่ในครึ่งล่างของตาราง 7 จาก 9 นัดสุดท้าย อย่างไรก็ตามการที่ แมนยู มีระยะห่างกับ เดอะ ฟ็อกซ์ อยู่ถึง 8 แต้ม รวมถึงยังมีอีกหลายทีมที่ต้องการคว้าตั๋วใบนี้ งานนี้ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับ ปีศาจแดง

เกมที่ 3. ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ VS อาร์เซนอล

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม

ที่แฟนบอลไม่ควรพลาดอย่างแรกก็คือ นี่เป็นศึกลอนดอนดาร์บี้ แต่ที่ทำให้มันเข้มข้นขึ้นไปอีกก็คือ การแย่งตั๋วฟุตบอลยุโรป เมื่อ สเปอร์ส รั้งอันดับ 8 มีคะแนนเหนือ อาร์เซนอล อันดับ 9 อยู่เพียง 1 แต้ม

เกมสำคัญ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ VS อาร์เซนอล

ด้วยศักดิ์ศรีความเป็นทีมใหญ่ แถมทั้งสองทีมกำลังอยู่ในช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงเหมือนกันอีกด้วย โดย อาร์เซนอล ฝากความหวังไว้กับกุนซือคนใหม่อย่าง มิเกล อาร์เตต้า ส่วนทาง สเปอร์ส ก็หวังพึ่งความเก๋าของ โชเซ่ มูรินโญ่ ชัยชนะในเกมนี้จึงมีความหมายสุด ๆ สำหรับทั้งสองทีม

เกมที่ 2. เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด VS วูล์ฟแฮมป์ตัน

พุธที่ 8 กรกฎาคม

มวยถูกคู่สุด ๆ เมื่อทีมจอมล้มยักษ์อย่าง เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และ วูล์ฟแฮมป์ตัน มีคะแนนเท่ากันที่ 43 แต้ม ซึ่งพวกเขาตามหลังพื้นที่ยุโรปอยู่เพียง 2 แต้มเท่านั้น

เกมสำคัญ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด VS วูล์ฟแฮมป์ตัน
เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด VS วูล์ฟแฮมป์ตัน

การลงโทษแบนห้ามเล่นบอลยุโรปเป็นเวลา 2 ปีของ แมนซิตี้ ยังคงไม่มีคำสั่งเปลี่ยนแปลง งานนี้ทำให้ผู้ชนะในเกมนี้มีสิทธิ์ฝันถึงขั้นได้ไปเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เลยทีเดียว ขณะที่ผู้แพ้จะต้องเสียวสันหลังเมื่อทีมที่ไล่ตามพวกเขาอยู่คือ สเปอร์ส และ อาร์เซนอล

เกมที่ 1. ลิเวอร์พูล VS คริสตัล พาเลซ

วันพุธที่ 24 มิถุนายน

เกมสำคัญของ ลิเวอร์พูล อีกเกม ขอแค่เพียงเก็บชัยชนะให้ได้ 2 จาก 9 นัดที่เหลือ พวกเขาก็จะสิ้นสุดการรอคอย 30 ปี ประวัติศาสตร์แชมป์ลีก แม้ แมนซิตี้ สามารถเอาชนะ อาร์เซนอล ไปได้ก็ตาม

เกมสำคัญ ลิเวอร์พูล VS คริสตัล พาเลซ
ลิเวอร์พูล VS คริสตัล พาเลซ

ส่วน หงส์แดง ต้องไม่พลาดที่จะเก็บชัยเหนือ เอฟเวอร์ตัน ในวันที่ 21 มิถุนายน ให้ได้ เพื่อที่พวกเขาจะมีโอกาสเถลิงแชมป์ในเกมกับ คริสตัล พาเลซ

อย่างไรก็ตาม แชมป์ของ ลิเวอร์พูล อาจต้องวัดผลในเกมกับ พาเลซ ก็จะเป็นแมตช์ที่แฟนบอล หงส์แดง รวมถึงแฟนลูกหนังทั่วโลกไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

ปาฏิหาริย์คัมแบ็ก ชิงเจ้ายุโรป
ปาฏิหาริย์คัมแบ็ก ชิงเจ้ายุโรป

พวกเขาเขียนหน้าประวัติศาสตร์ให้ตนเองได้อย่างไร ถอดรหัส ผลงานชิ้นเอกของ ไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซนอล ทีมที่ครองแชมป์ไร้พ่ายครั้งแรกบนผืนแผ่นดินอังกฤษ

เปิดเรื่องราว ถอดรหัส แชมป์ไร้พ่าย ยอดทีมแห่งถนนฮอลโลเวย์ สโมสรฟุตบอลเก่าแก่ที่ถือกำเนิดขึ้นจากแนวคิดของ กลุ่มคนงานโรงงานผลิตอาวุธอาร์เซนอล

ประเทศอังกฤษ ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมลูกหนัง พร้อมความคลั่งไคล้มากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป นับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อมาเป็นพรีเมียร์ลีก

สโมสรที่สร้างสถิติลงเล่นตลอดทั้งฤดูกาลโดยที่ไม่แพ้ใครเลย (นับเฉพาะเกมในลีก) ทีมแรกที่ทำได้คือ อาร์เซนอล เมื่อฤดูกาล 2003-04

แต่กว่าจะถึงฤดูกาลประวัติศาสตร์ในยุคนั้น พวกเขาผ่านเรื่องราวมากมาย และ เกิดอะไรในช่วงเวลานั้น จนทำให้พวกเขาสร้างสถิติครองแชมป์แบบไม่แพ้ทีมใดเลยครั้งแรกในอังกฤษ

รากฐานฟุตบอลอังกฤษ ?

กีฬายอดนิยมของผู้คนทั่วโลก ที่รู้จักกันในชื่อของ “ฟุตบอล” ถูกคิดค้นโดย ชาวจีน ช่วง ศตวรรษที่สามก่อนคริสตกาล ด้วยการเล่นกีฬาโดยใช้เท้าเตะลูกบอลเข้าไปในตาข่าย ก่อนจะพัฒนาลักษณะรูปแบบแข่งขัน และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายออกไปทั่วโลก

แต่หากเอ่ยถึงพัฒนาการที่นำมาสู่ฟุตบอลสมัยใหม่ดังเช่นปัจจุบัน ก็ต้องยกให้ดินแดนอังกฤษ ที่เป็นแหล่งวางรากฐานกฎกติกาให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

เชื่อกันว่า แทงบอลออนไลน์ ยุคแรกถือกำเนิดจากฟุตบอลโรงเรียน ซึ่งจำเป็นต้องวางกฎเกณฑ์ให้สอดคล้องกันในการแข่งขันระดับโรงเรียนและมหาวิทยาลัย จนเกิดเป็น “กติกาเคมบริดจ์” ในปี ค.ศ. 1848

ภายหลังถูกนำไปปรับใช้ในสโมสรระดับมณฑล และ สโมสรสุภาพบุรุษในลอนดอน ต่อมาก็พัฒนากลายเป็นรากฐานของการเล่นฟุตบอลสมัยใหม่มาจนถึงวันนี้ ขณะที่ฟุตบอลลีก เกิดขึ้นตามหลังมาในช่วง 3 ทศวรรษหลังของศตวรรษที่ 19

104 ปี ภายใต้ชื่อ “ฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง”

เดิมที บาคาร่า “ฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง” มีจัดการแข่งขันครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1888 ซึ่งนับว่าเป็นลีกฟุตบอลอาชีพที่มีความเก่าแก่ที่สุดในโลก

ก่อนที่ปัจจุบัน ลีกฟุตบอลสูงสุดของอังกฤษถูกเรียกชื่อว่า “ พรีเมียร์ลีก ” (Premier League) หลังได้รับการเปลี่ยนครั้งสำคัญในฤดูกาล 1992-93 จากแนวคิดของ รูเพิร์ธ เมอร์ด็อก (Rupert Murdoch) นักธุรกิจนักธุรกิจสื่อสถานีชั่นนำ

โดยเป็นการแยกตัวออกจาก “ลีกฟุตบอลอังกฤษ” (English Football League-EFL) นั่นเอง

จริงหรือไม่อาร์เซนอล ไม่ใช่แชมป์ไร้พ่ายทีมแรก ในฟุตบอลลีก อังกฤษ ?

คำตอบคือ ใช่ !! ย้อนกลับไปในช่วง ลีกอาชีพของ อังกฤษ เริ่มตั้งไข่ เมื่อฤดูกาล 1888-89 และ คือ ฤดูกาลแรกของการแข่งขันฟุตบอลลีก

Preston North End 1888

สโมสร เพรสตัน นอร์ธ เอนด์ (Preston North End) เป็นแชมป์ทีมแรก ของลีกฟุตบอลอาชีของอังกฤษ ซึ่ง เพรสตัน นอร์ธ เอนด์ เป็นแชมป์โดยไม่แพ้ใครใน 22 แมตช์ในเกมลีก

โดยในยุคนั้น จำนวนทีมในลีกมีทั้งหมด 12 ทีม ส่วนลีกอื่นๆ ในยุโรปไปจนถึงภูมิภาคอื่นต่างทยอยปรากฏทีมที่ทำสถิติแชมป์ไร้พ่าย ได้เช่นกัน ตัวอย่างในยุโรปมีทีมอย่าง เอซี มิลาน , ยูเวนตุส และ เซลติก ที่เคยทำสถิติไร้พ่ายตลอดฤดูกาลได้เช่นกัน

ส่วนไทยลีกบ้านเรามี เมืองทองฯ และ บุรีรัมย์ฯ เคยคว้าแชมป์ไร้พ่ายได้เช่นกัน

นับตั้งแต่ใช้ชื่อ พรีเมียร์ลีก มีเพียงสโมสรจากลอนดอนทีมเดียวเท่านั้นที่ทำครองแชมป์ไร้พ่าย

อย่างที่กล่าวไปในบทความตอนต้น ลีกฟุตบอลอังกฤษ ได้แยกตัวออกมาเป็น พรีเมียร์ลีก เมื่อปี 1992 เรื่อยมาจนถึงฤดูกาล 2019-20

สโมสรฟุตบอลในอังกฤษที่ลงเล่นเกมลีกจนจบฤดูกาล (เฉพาะเกมลีก) โดยที่ไม่แพ้ทีมในลีกเลย มีเพียงยอดทีมจากลอนดอน อย่าง อาร์เซนอล เท่านั้นที่สามารถคว้าแชมป์แบบไร้พ่ายไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่

อาร์เซนอล ทำสถิติลงเล่นตลอดฤดูกาล 2003-04 (ชนะ 26 เสมอ 12 มี 90 แต้ม) ไม่แพ้ใครในลีกติดต่อกันนานที่สุด มาจนถึงปัจจุบันนี้ (2020) เล่นบาคาร่า sa casino

สถิติไร้พ่ายสูงสุด ประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก

อาร์เซนอล สร้างประวัติศาสตร์ครองแชม์ปไร้พ่ายยาวนานที่สุดในศึกพรีเมียร์ลีก ภายใต้การคุมทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์

จากผลงานไร้พ่ายสูงสุดในพรีเมียร์ลีก 49 นัด ฤดูกาล 2003/2004 นับตั่งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม 2003 ถึง 24 ตุลาคม 2004 และ ปัจจุบันยังไม่มีทีมใดโค่นสถิตินี้ลงไปได้

กุนซือเมืองน้ำหอม.. สัมผัสมนต์เสนห์แห่งสนาม ไฮบิวรี่

อาร์แซน เวนเกอร์ (Arsène Wenger) ขณะนั้น ทำหน้าที่กุนซือให้กับ โมนาโก มีคิวดูเกมที่กาลาตาซาราย ในตุรกี เพื่อมองหานักเตะที่ตอนเองสนใจ จากนั้นเขามีโอกาสแวะพักที่อังกฤษ

Highbury and Emirates Stadiums
Highbury and Emirates Stadiums
เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ความจุสนาม 60,355 ที่นั่ง

และการสเก๊านักเตะในครั้งนี้ เวงเกอร์ เกิดความสนใจว่าระหว่างแวะพักที่อังกฤษ จะมีเกมการแข่งขันให้ชมบ้างหรือไม่

กุนซือชาวฝรั่งเศส ตัดสินใจโทรศัพท์หา เดนนิส โรช เอเยนต์ส่วนตัวของ เกล็น ฮอดเดิล ศูนย์หน้าชาวอังกฤษ ที่เป็นลูกทีม เวงเกอร์ ในสโมสรโมนาโก โรช ตอบกลับมาว่าเขามีตั๋วเกมอาร์เซนอล

และนั่นก็เป็นครั้งแรกที่ เวงเกอร์ ได้สัมผัสมนต์เสนห์ของ ไฮบิวรี่ (Highbury) สนามเหย้าเดิมของอาร์เซนอล

เวงเกอร์ ได้ดูเกมดาร์บี้แมตช์ที่ อาร์เซนอล เก็บชัยด้วยสกอร์ 2-0 ยุคนั้นมีผู้เล่นอย่าง สตีฟ โบลด์ , ไนเจล วินเทอร์เบิร์น และ โทนี่ อดัมส์ เป็นอีกครั้งที่ทักษะทางสังคมของ เดวิด ดีน หนึ่งในบอดร์บริหารสโมสรแห่งกรุงลอนดอน ได้เริ่มสร้างความสัมพันธ์ที่ประโยชน์ให้กับสโมสร

เขามีโอกาสได้คุยกับ เวงเกอร์ ในเลาจ์ และ ชักชวนกุนซือรายนี้ร่วมทานอาหารค่ำในบ้านของเพื่อนของดีน บทสนทนาวันนั้นเพาะเมล็ดพันธุ์ที่จะเติบโต และ กลายเป็นประวัติศาสตร์ในเวลาต่อมา

บทสนทนาวันนั้นเริ่มสัมฤธิ์ผล ?

เวงเกอร์ เลือกอำลา โมนาโก แต่ยังไม่ได้ทำหน้าที่กุนซือให้กับ อาร์เซนอล แต่อย่างใด โดยกุนซือเมืองน้ำหอม เลือกที่จะรับงานในญี่ปุ่นกับ นาโกย่า แกรมปัส เอท (Nagoya Grampus Eight) ในปี 1995

ซึ่งทำเอาเราๆ ท่านๆ แปลกใจพอสมควร ว่าเหตุใดเขาจึงตัดสินใจแบบนั้น หากมองในแง่ช่วงเวลาของจังหวะและ โอกาสแล้ว มันกลับกลายเป็นช่วงเวลาที่เหมาะเจาะพอดี

นั่นก็เพราะ หนึ่งเดือนให้หลัง เกรแฮม ถูกปลดจากตำแหน่ง จากกรณีฉาวรับเงินสินบนจาก เอเยนต์ชาวนอร์เวย์

บทสนทนาบนโต๊ะอาหารในวันนั้น (เมื่อปี 1889) เริมสัมฤธิ์ผล.. เดวิด ดีน หนึ่งในบอดร์บริหารของ อาร์เซนอล ก็นึกถึงชื่อของ เวงเกอร์ ขึ้นมาทันที และเขาได้แนะนำให้สมาชิกบอร์ดบริหารถึง ชื่อเสียงของกุนซือเมืองน้ำหอมรายนี้

เหมือนโชคชะตาเล่นตลก สมาชิกบอร์ดส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของ เดวิด ดีน ก่อนที่จะ แต่งตั้ง บรูซ ริอ็อก (Bruce Rioch) ทำหน้าที่กุนซือ เขาทำงานกับทีมไม่นานนักก็ต้องพ้นตำแหน่งเนื่องจากไม่ลงรอยกับบอร์ด ขณะที่สโมสรมองหากุนซือรายต่อไป

ความมั่นใจในตัว เวงเกอร์ ของ เดวิด ดีน จากความสัมพันธ์ 5 ปี ท้ายที่สุดแล้ว เวงเกอร์ ตกลงมาร่วมงานกับอาร์เซนอล ในช่วงกลางปี 1996

การทำงานร่วมกันระหว่างเดวิด กับอาร์แซน ช่วยพัฒนาสโมสรอย่างต่อเนื่องในเวลาต่อมา เวงเกอร์ เป็นสมองที่นำวิสัยทัศน์เรื่องฟุตบอลเข้ามา ขณะที่เดวิด ถือสมุดจดเบอร์โทรศัพท์ และ แทคติกการเจรจาติดต่อด้านต่างๆ เพื่อปิดดีลทางธุรกิจ

หลายเสียง.. แต่เป็นไปทิศทางเดียวกัน ?

สุดยอดผู้เล่นของทีมในยุคนั้นอย่างลี ดิกสัน (Lee Dixon) หรือเอียน ไรท์ (Ian Wright) ต่างเล่าถึงความทรงจำที่เห็น เวงเกอร์ ในครั้งแรกว่า เขาเหมือนครูสอนภูมิศาสตร์ ในสภาพผอมสูง สวมแว่นตาใหญ่ๆ สูทตัวโคล่งๆ แทงบอลออนไลน์ ที่นี่ ufa777

อาร์เซนอล ถอดรหัส แชมป์ไร้พ่าย

แต่เมื่อเวงเกอร์ เริ่มทำงานที่เกี่ยวกับฟุตบอล ทุกคนรู้ทันทีว่า.. เขาคือผู้เชี่ยวชาญ

เอมี ลอว์เรนส์ คอลัมนิสต์ และ แฟนบอลอาร์เซนอล เล่าว่า งานระยะเริ่มต้นของ เวงเกอร์ คือการเอาชนะใจบุคลากรในสโมสร และสิ่งนั้น เขาเองก็ทำมันได้ไม่ยาก แม้ด้วยการที่มีลูกทีมที่มีคาแรกเตอร์หลากหลาย

แต่เขาเป็นคนที่เปิดมมุมมองกว้างพอ และให้ความสนใจ พร้อมซึมซับสิ่งต่างๆ ของนักเตะมากพอสมควร

“สิ่งหนึ่งที่ปรากฏให้เห็นตลอดช่วงเวลาที่ทีมประสบความสำเร็จ นั่นก็คือ เวงเกอร์ ชอบเลือกผู้เล่นที่มีไหวพริบมากพอจะเรียนรู้ ซื้อด้วยการที่เป็นกุนซือที่มีวิสัยทัศ มันจึงกลายเป็นส่วนผสมระหว่าง ครูที่น่าเชื่อถือกับนักเรียนที่กระตือรือร้น และมันช่วยการทำงานของเขาให้ง่ายขึ้นอย่างมาก”

ลี ดิกสัน (Lee Dixon) กองหลังคนดังในทีมยุครุ่งเรืองของอาร์เซนอล กล่าวคล้ายกันว่า “โดยทั่วไปแล้ว รากฐานการโค้ชของเขาวางอยู่บนเรื่องไหวพริบสติปัญญาของผู้เล่น และความถนัดของผู้เล่น”

การเปลี่ยนแปลงแรกเริ่ม.. ตามแบบฉบับกุนซือเมืองน้ำหอม ?

ไม่นานนักการเปลี่ยนแปลงในสโมสรก็ค่อยๆ เริ่มต้นขึ้น เวงเกอร์ เข้ามาริเริ่มรูปแบบ โภชนาการ วิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบบบริหารจัดการ สนามซ้อม ทีละเล็กละน้อย ให้ทันสมัยและเกิดประโยชน์สูงสุดมากยิ่งขึ้น

” ลี ดิกสัน ” อดีตปราการหลังมากประสบการณ์ของอาร์เซนอล เล่าว่า วิธีทำงานของเวงเกอร์ ไม่ใช่รูปแบบการยัดข้อมูล “ล้างสมอง” คือเขสเข้ามาแนะนำสิ่งต่างๆ พร้อมอธิบายอย่างเป็นเหตุเป็นผลว่า จะเกิดอะไรขึ้นหากใช้สิ่งนั้น หรือ วอร์มร่างกายแบบนี้

สไตล์การเล่น

ก่อนหน้านี้อาร์เซนอล เป็นที่รู้จักในนามว่า “Boring Arsenal” พวกเขาขึ้นชื่อเรื่องความน่าเบื่อ กองหน้าเดี่ยว เมื่อได้สกอร์ขึ้นนำแค่ประตูเดียวก็พากันลงไปเล่นเกมรับกันทั้งทีม

สนามไฮบิวรี่

” เดนนิส เบิร์กแคมป์ ” หอกชาวดัตช์มองว่า หากจะเป็นทีมชั่นนำระดับแถวหน้าของยุโรป เราไม่ควรเล่นแบบนี้ เขามองว่า การเปลี่ยนแปลงของ เวงเกอร์ เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับทีมมีแนวคิดในระดับทวีป แต่เรื่องธรรมดานี้.. ช่วยยกระดับทีมอยู่ระดับแถวหน้าได้ในที่สุด

วัดผลได้จริง.. คือ ถ้วยแชมป์ ?

จากรากฐานการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลมาถึงภาพใหญ่ของสโมสร สไตล์ทีมเปลี่ยนไป นอกเหนือจากชัยชนะแล้ว สิ่งที่จะวัดผลย่อมคือถ้วยแชมป์ มันสัมฤทธิ์ผลขึ้น เมื่อพวกเขาประสบความสำเร็จทันทีในฤดูกาลต่อมา หลัง เวงเกอร์ คุม อาร์เซนอล ได้เพียง 1 ปี

จูนทีม 1 ปี ก่อนคว้าดับเบิลแชมป์

อาร์เซนอลคว้าดับเบิลแชมป์ (พรีเมียร์ลีก และ เอฟเอ คัพ) ในฤดูกาล 1997-98 พวกเขาสามารถยกระดับทีม ขึ้นมาขับเคี่ยวกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซึ่งครองหัวตารางฟุตบอลอังกฤษมาต่อเนื่อง

อาร์แซน เวนเกอร์ คว้าดับเบิ้ลแชมป์ประวัติศาสตร์

ด้วยส่วนผสมระหว่างแนวหลังมากประสบการณ์ กับผู้เล่นหน้าใหม่อย่าง นิโคลาส์ อเนลก้า ซึ่ง ดิกสัน ได้เล่าว่า ปีนั้น อเนลก้า ปีนั้นเขาโฟกัสงานของตัวเองด้วยการทะลวงตาข่ายคู่แข่ง

แชมป์ไร้พ่ายคือความฝันของกุนซือเมืองน้ำหอมเสมอมา

อาร์แซน เวงเกอร์ เขียนบทนำผ่านบทความ “The Invincibles (football)” ไว้ว่า แชมป์ไร้พ่ายเป็นความฝันของเขาเสมอมา

อาจเป็นเพราะทัศนคติส่วนตัว บวกการทำงานของแบบเต็มความสามารถที่สุด แน่นอนว่า การได้แชมป์อาจเป็นความสำเร็จแล้ว แต่เป้าหมายที่สูงกว่านั้นนั่นก็คือ การสร้างสถิติแรกในอังกฤษด้วยการเป็นแชมป์ไร้พ่าย

สู่แนวคิดแชมป์ไร้พ่าย

กุนซือเมืองนำหอม เคยพา อาร์เซนอล ได้แชมป์โดยไม่แพ้ใครในบ้านเลย ในปี 2001-02 แต่ปีต่อมาพวกเขาก็แพ้ ซึ่ง เวงเกอร์ ได้เปิดใจความส่วนหนึ่งว่า

Highbury

“ช่วงพรีซีซั่น ฤดูกาล 2003-04 เราประชุมผู้เล่นพร้อมวิเคราะห์ว่าทำไมเราไม่ได้แชมป์กัน และลูกทีมอย่าง มาร์ติน คีโอว์น ตอบผมว่า มันเป็นความผิดของคุณ”

” ใช่ ผมยินดีรับผิดชอบ แล้วทำไมนายถึงคิดแบบนั้น คีโอว์นตอบผมว่า คุณทำให้พวกเรารู้สึกกดดันเกินไป ไอเดียที่ว่าจะได้แชมป์โดยไม่แพ้ใครมันกดดันพวกเราเกินไป มันเป็นไปไม่ได้”

“ที่ผมพูดแบบนั้นเพราะคิดว่า พวกนายทำได้แน่.. ก็ต่อเมื่อพวกนายต้องอยากทำมันจริงๆ และ มันจะเป็นความสำเร็จที่น่าเหลือเชื่อมากหากเรา เป็นทีมแรกที่ทำได้’

“ผมรู้สึกว่า ทีมชุดนี้มีทุกอย่าง ทั้งในแง่ไหวพริบความชาญฉลาด สภาพจิตใจที่ไปได้พร้อมๆ กัน และสภาพร่างกายที่มีศักยภาพเพียงพอ”

คุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัวของพวกเขา ทุกคนแตกต่างกันหมด แต่พอมาร่วมงานกันทำให้ทีมพิเศษมากขึ้นไปอีก

พวกเขาทำให้ผมเห็นว่า คุณสามารถทำสิ่งที่คิดว่าคุณจะไม่สามารถทำมันได้แน่ๆ ให้ออกมาสำเร็จได้”

ความสำเร็จมาพร้อมความสามารถ และโชคชะตา เรื่องนี้อาจไม่ใช่สิ่งที่บางคนเชื่อถือนัก แต่หากดูตัวอย่างกรณีของอาร์เซนอล บางทีอาจคิดเหมือนกันว่า โชคชะตาคงมีส่วนบ้างไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะกับเกมสุดเดือดในตำนานที่สนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด

เมื่อ 21 กันยายน 2003 เกมนัดที่ 6 ของฤดูกาล 2003-04 เกมนี้เป็นที่รู้จักกันในหมู่แฟนบอลว่า “ศึกแห่งโอลด์แทรฟฟอร์ด” (Battle of Old Trafford) ที่เกมจบลงด้วยสกอร์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาร์เซนอล 0-0

หลังผ่านศึกแห่งโอลด์แทรฟฟอร์ดไป อาร์เซนอล สามารถรวมตัวรวมใจกลับมาได้ และเก็บชัยในเกมสำคัญหลายเกม อาทิ ชนะ นิวคาสเซิล 3-2 , ชนะลิเวอร์พูล 2-1 และชนะเชลซี 2-1

ไม่ใช่แค่เฉพาะความพิเศษของทีมเท่านั้นที่สร้าง ตำนาน ไร้พ่าย แต่มันคือความทุ่มเทจากทุกฝ่าย ที่จะเขียนหน้าประวัติศาสตร์สำคัญให้ตนเอง

11 ขุนพล ตำนานไร้พ่าย 2003-2004

ถอดรหัส อีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์สำคัญ ของสโมสร อาร์เซนอล โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาล 2003-2004 ซึ่งขณะนั้นเป็น ยุค ของปืนใหญ่ ไร้พ่าย เป็นยุคที่สร้างชื่อจนเป็นที่จดจำมากที่สุดปีหนึ่ง จากสถิติผลงานแชมป์ไร้พ่าย พรีเมียร์ลีกของทีมนั่นเอง / กำเนิด ไอ้ปืนใหญ่

อาร์เซนอล ครองแชป์ด้วยสถิติไร้พ่าย

หลายคนยังจำกันได้ ฤดูกาลที่ 109 ของ อาร์เซนอล อาร์แซน เวนเกอร์ พาทีมจบฤดูกาล ด้วยสถิติชนะ 26 นัดและเสมอ 12 นัด ไม่แพ้ใคร ทำให้ชื่อของสโมสร อาร์เซนอล ถูกกล่าวขานและจารึกไว้ใน ประวัติศาสตร์ ของ พรีเมียร์ลีก มาจนถึงปัจจุบันนี้

ผู้รักษาประตู เยนส์ เลห์มันน์ (Jens Lehmann)

จอมหนึบ ชาว เยอรมัน คือ ผู้รักษาประตูคนสำคัญที่ช่วยให้ ปืนใหญ่ คว้า แชมป์ไร้พ่าย พรีเมียร์ลีก และย้ายออกจากทีมในปี 2008

เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ โคโล่ ตูเร่

เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ที่โดนกระแสวิจารณ์อย่างหนักหลังย้ายเข้ามาร่วมทีมกับ อาร์เซนอล ในปีแรก แต่ทว่าปีต่อมาเขาสามารถยกระดับยึดตำแหน่งตัวจริง เล่น คู่กับ โซล แคมพ์เบลล์ และช่วยให้ทีม คว้าแชมป์ ไร่พ่าย ในปีนั้น

แบ็คขวา โลร็อง เอตาเม่

แม้อันที่จริง เอตาเม่ จะถนัดเล่นในตำแหน่ง ปีกขวา แต่ทว่า กุนซือชาวฝรั่งเศส มอบหมายให้เขาเล่น ตำแหน่ง แบ็คขวา และ แจ้งเกิดได้อย่างงดงาม ก่อนที่ปี 2007 เขาจะหมดสัญญา และย้ายไปค้าแข้งกับ พอร์สมัธ

เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ โซล แคมพ์เบลล์

สุดยอดกองหลัง ที่ดีที่สุด ของทีมชาติอังกฤษคนหนึ่ง ซึ่งมีส่วนช่วย อาร์เซนอล ไร้พ่าย และ เป็น ผลงานโบว์แดง ของ เวนเกอร์ หลังย้ายมาจาก อริร่วมเมืองอย่าง “ไก่เดือยทอง” ท๊อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์

แบ็คซ้าย แอชลีย์ โคล

อีกหนึ่งผลิตผล ชั้นยอด ยุคไร้พ่าย โดยในปี 2006 เขาตัดสินใจ ย้ายไปค้าแข้งกับ เชลซี และ ยุติการค้าแข้งกับ แอลเอ กาแลคซี่ ที่ สหรัฐอเมริกา

ปีกขวา เฟรดริค ลุงเบิร์ก

ปีกจอมจบสกอร์สำคัญ ยุคไร้พ่ายโดยหลังจากที่ อำลาจาก การเป็นนักเตะ ได้มาเป็นผู้ช่วยโค้ช กับ อาร์เซนอล ในปัจจุบันนี้

มิดฟิลด์ กิลแบร์โต้ ซิลวา

ห้องเครื่องเลือด แซมบ้า สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม นับตั้งแต่ยุคไร้พ่ายจนทำให้ทุกวันนี้ สโมสรอาร์เซนอล ยังไม่สามารถหา นักเตะมิดฟิลด์ที่มีฟอร์มการเล่นเช่นเขา มาแทนที่ได้อีกเลย

มิดฟิลด์ ปาทริค วิเอร่า

ตำนานดาวดังแห่ง อาร์เซนอล ขนานแท้ พร้อมถูกขนานนามว่า “กัปตันฮาร์แมน” โดยเขามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งเสมือนเป็นหัวเรือใหญ่ของเพื่อนร่วมทีม ปัจจุบัน เขาทำหน้าเป็น ผู้จัดการทีม ให้กับ นีซ ใน ลีกเอิง ฝรั่งเศศ

ปีกซ้าย โรแบร์ ปิแรส

ปีกหน้าหล่อ คู่ขาทำประตู ของ เธียร์รี อองรี เขา คือ ปีกนักปั้น ของ อาร์เซนอล ยุคไร้พ่าย ขนานแท้ จากผลงาน จ่าย-ยิง ของเขา จนสามารถช่วยทีมสร้างสถิติไร้พ่าย 49 นัดได้มาจนถึงปัจจุบัน

กองหน้า เดนนิส เบิร์กแคมป์

หอกผู้กลัวการนั่งเครื่องในตำนาน ที่ หลายคน ขนานนามว่าเขาคือ ดาวยิงชาวดัดซ์แมน ที่ยิงประตูสุดสวยให้เหล่า กูนเนอร์ ได้ชื่นชมมาโดยตลอด 10 ปี ใน ถิ่น เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ก่อนประกาศอำลาทีมไปเมื่อปี 2006

กองหน้า เธียร์รี่ อองรี

สุดยอดกองหน้าเลือดน้ำหอม เขาคือ 1 ใน ตำนานยอด 11 ขุนพลไร้พ่าย ที่โด่งดัง และ เก่ง ที่สุดเลยก็ว่าได้ ด้วยไสตล์การเล่นที่เป็นเอกลักษณ์

สามารถพาบอลเข้าทำได้อย่างหลากหลาย ทำให้เขาเป็นหนึ่งเดียวตลอดกาลของ ตำนาน อาร์เซนอล ที่อยู่ในความทรงจำของทุกคนมาจนถึงทุกวันนี้

ปิดฉาก 22 ปีอันยาวนานด้วยป้ายขับไล่

หลายคนเข้าใจตรงกันว่าช่วงหลัง เวนเกอร์ โดนวิจารณ์ถึงความสำเร็จที่ห่างหายไปนานนับตั้งแต่ เคยได้แชมป์พรีเมียร์ลีก ครั้งสุดท้ายเมื่อฤดูกาล 2003-2004

เวนเกอร์ โดนวิจารณ์
เวนเกอร์ โดนวิจารณ์


เวนเกอร์ กล่าวสั้นๆ ว่า “หลังจากที่ผมพิจารณาอยู่นานมาก อีกทั้งผมยังได้คุยกับทางสโมสรแล้วว่า มันคือช่วงเวลาที่เหมาะสมของผมแล้ว ที่จะก้าวลงจากตำแหน่งหลังจบฤดูกาลนี้ ผมรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้ทำหน้าที่รับใช้สโมสรแห่งนี้มานานถึง 22 ปี”

อย่างไรก็ตาม อาร์แซน เวนเกอร์ ได้สร้างผลงานการคว้าแชมป์ฟุตบอลรายการสำคัญๆ อย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 3 สมัยกับ แชมป์เอฟเอ คัพ อีก 7 สมัย ตลอดจนเคยพา ไอ้ปืนใหญ่ ทะลุเข้ารอบชิงชนะเลิศ ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เมื่อปี 2006 ก่อนจะพ่าย “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลนา 1-2 ไปอย่างน่าเสียดาย

เรื่องราว ถอดรหัส ความสำเร็จแชมป์ไร้พ่ายพรีเมียร์ลีก ถูกกล่าวขานผ่านการ เข้ามาของ เวงเกอร์ ที่ค่อยๆ วางรากฐาน ผสมผสานวิสัยทัศน์ด้านฟุตบอลของเขาเข้ากับส่วนผสมในทีมทั้งเก่าและใหม่

ต่อยอดมาจนถึงต้นยุค 2000 ซึ่งถือเป็นยุคทองของสโมสรแห่งลอนดอนเหนือ ดังเช่นผลงานแชมป์ไร้พ่ายลีกสูงสุดขอฃอังกฤษฤดูกาล 2003-04 นี้

5-วีรกรรม-สุดพิเรนทร์-ของดาวเตะรุ่นใหญ่-V.2
5-วีรกรรม-สุดพิเรนทร์-ของดาวเตะรุ่นใหญ่-V.2

บทความเพิ่มเติม : ตรวจหวยมาเลย์

ความสำเร็จที่ไม่อาจเอื่อมถึง ใครคือ 5 อันดับสุดยอดนักเตะฝีเท้าดี ที่ไม่เคย สัมผัสแชมป์ พรีเมียร์​ลีก​

เหตุใดยอดนักเตะฝีเท้าดีถึงไม่เคย.. สัมผัสแชมป์ ลีกสูงสุดแดนผู้ดี เลยสักครั้ง

หลายท่านอาจกำลังนั่งนึงภาพฟอร์มการเล่นของนักเตะดาวเด่น ที่เคยประสบความสำเร็จคว้าแชมป์รายการใหญ่มาแล้วมากมาย ไปพร้อมกับการตั้งคำถาม ว่าทำไมพวกเขาเหล่านั้น จึงไม่สามารถครอบครองถ้วย ลีกสูงสุดของเกาะอังกฤษนี้ได้

การขับเคี่ยวแห่งพื้นสนามหญ้า ที่สนุก.. สุดมัน ของ 20 สโมสร ที่หลายคนยกให้ เป็นลีกชั่นนำอันดับหนึ่ง คงต้องยกให้ ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลีกที่คับคั่งไปด้วยดาวเตะชั้นนำระดับโลกมากมาย

เราไปติดตามดูกันว่า ใครกันคือ 5 สุดยอดนักเตะ ที่ไม่เคยครองแชมป์ลีกสูงสุดแดนผู้ดีบ้าง

5 นักเตะตัวเทพ ที่ไม่เคยครองแชมป์ลีก พรีเมียร์​ลีก​ ประกอบด้วย

แกเร็ธ เบล

แกเร็ธ เบล Gareth Bale สุดยอดดาวยิงสัญชาติเวลส์ ที่ครองเจ้ายุโปกับ ราชันชุดขาว เรอัล มาดริด มาแล้วถึง 4 สมัย

Gareth Bale สัมผัสแชมป์

ย้อนกลับไป เมื่อสมัยที่ เบล ค้าแข้งอยู่กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ในลีกสูงสุดแดนผู้ดี เขาคือผู้เล่นที่ถูก แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ ปั้น จากผู้เล่นตำแหน่งแบ็กซ้าย ให้เป็นปีกตัวรุกระดับโลก

แต่แล้วใครจะไปเชื่อ.. จากผลงาน 21 ประตู และฟอร์มการเล่นระดับโลก ที่ทำให้เขาสามารถคว้าตำแห่นงนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2012-13 ไปครองนั้น

Pocket Game อันดับหนึ่ง : PG slot

จะไม่สามารถทำให้เขา พาไก่เดือยทอง คว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้เลย ก่อนเก็บข้าวของพร้อมรับค้าตัว 90.90 ล้านปอนด์ ย้ายไปอยู่กับ “ราชันชุดขาว” และประสบความสำเร็จถึงขีด

เยอร์เกน คลินสมันน์

ฉลามขาว เยอร์เกน คลินสมันน์ Juergen Klinsmann สุดยอดตำนานดาวยิง เขาคือ เบอร์ต้นแห่งจอมถล่มประตู ยุคปลาย 80-90 และเจ้าของผลงานพาทีมชาติเยอมันแชมป์ฟุตบอลปี 1990

Juergen Klinsmann สัมผัสแชมป์

คลินสมันน์ ค้าแข้งอยู่กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ช่วงฤดูกาล 1994-1995 ขณะที่การมาของเขาในยุคนั้น จัดว่าสร้างความฮือฮาให้กับวงการฟุตบอลอังกฤษ อย่างมาก

อย่างไรก็ตาม สเปอร์ส ในยุคที่มีสุดยอดนักเตะระดับโลกอย่าง เกล็น ฮอดเดิล, คริส วัดเดิล , ดาวิด จิโนลา และตัว คลินสมันน์ กลับไม่สามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดแดนผู้ดีได้เลย ตลอดการค้าแข้งในถิ่น ไวท์ ฮาร์ท เลน ufabet

เฟร์นานโด ตอร์เรส

เฟร์นานโด ตอร์เรส Fernando Torres สุดยอดกองหน้าอีกราย ที่ไม่สามารถ สัมผัสแชมป์ ลีกสูงสุดแดนผู้ดีได้เลย แม้ช่วงเวลาที่ ตอร์เรส จะยิงไป 81 ประตู ตลอดการลงเล่น 142 นัด กับหงส์แดง

Fernando Torres สัมผัสแชมป์

แต่ภาพรวมแล้วก็ยังไม่ถึงฝั่งฝัน ก่อนจะไปประสบความสำเร็จกับ ยอดทีมของลอนดอน อย่าง เชลซี

ตอร์เรส ครองแชม์ป์ฟุตบอลโลก กับทีมชาติสเปน และ เจ้ายุโรปกับ สิงบูลส์ ก่อนที่จะปิดฉากบันปลายอาชีพนักเตะ กับทีม ซากัน โทสุ สโมสรระดับ เจลีก 1 ของญี่ปุ่น

จานฟรังโก้ โซล่า

จานฟรังโก้ โซล่า gianfranco zola สุดยอดกองหน้าเชลซี ยุคปลาย 90 แม้ เชลซี จะเป็นทีมกลางตารางในช่วงนั้น แต่พวกเขายังแวะเวียนเข้ามาในศึกชิงเจ้ายุโรปอยู่เสมอ

gianfranco zola

โซล่า จัดว่าเป็นศูนย์หน้าตัวทีเด็ดที่มีสไตล์ฟุตบอล “คลาสสิค” ขนานแท้ ทังสกิลอันชาญฉลาด การเล่นสวยงาม แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาไม่เคยสัมผัสแชมป์ สูงสุดแดนผู้ดีได้เลย ตลอด 7 ซีซั่น ที่ค้าแข้งให้กับเชลซี

ความสนุกเหนือจินตนาการ ที่นี่ : SLOTXO,UFABET

สตีเว่น เจอร์ราร์ด

สตีเว่น เจอร์ราร์ด Steven Gerrard สุดยอดตำนานกัปตันทีมของ ลิเวอร์พูล จอมทัพที่พาหงส์แดงสร้าง “ปาฏิหารย์ อิสตันบูล” ครองเจ้ายุโรปสมัยที่ 5

สตีเว่น เจอร์ราร์ด Steven Gerrard

แม้เป้าหมายสูงสุดของ เจอร์ราร์ด คือการพาหงส์แดงครองแชมป์ลีกสูงสุดในแผ่นดินเกิดสักครั้ง แต่ความฝันอันยาวนานตลอด 17 ปี ในถิ่นแอนฟิลด์ของเขา กลับไม่เคย สัมผัสแชมป์ ลีกสูงสุดของอังกฤษได้เลย

เหตุการณ์ลื่นบรรลือโลก เกมพ่ายเชลซี ที่ไม่มีวันลืมของ เจอร์ราร์ด ยังคอยย้ำเตือน ว่าครั้งหนึ่งเขาเคยพาทีมเฉียดเส้นชัย

5 ดาวเตะตัวพ่อ ที่อดีต ผู้ตัดสินมือหนึ่ง ลีกผู้ดีลืมไม่ลง

เปิดรายชื่อ พร้อมผลงาน 10 ดาวยิง ที่สามารถทำประตูสูงสุด 10 อันดับ ลีกสูงสุดแดนผู้ดี นับตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบัน จะมีนักเตะคนใดที่เป็นเจ้าของผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาล พรีเมียร์ ลีก

10 อันดับ ดาวยิง สูงสุดตลอดพรีเมียร์ ลีก ประกอบด้วย

อันดับ 10. เลส เฟอร์ดินานด์

149 ประตู

เลส เฟอร์ดินานด์ ดาวเตะ ผู้ผ่านประสบการณ์เกมพรีเมียร์ ลีก อย่างโชคโชน ในอดตีเคยค้าแข้งกับ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส , นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด , ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ , เวสต์แฮม ยูไนเต็ด , เลสเตอร์ ซิตี้ และ โบตัน วันเดอเรอร์

เลส เฟอร์ดินานด์  ดาวยิง

เฟอร์ดินานด์ เคยคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี ของ PFA ในฤดูกาล 1995-1996 และตลอดระยะเวลา 18 ปี จากการลงสนาม 351 นัด เจ้าตัวทำประตูไปทั้งสิ้น 149 ลูก และ  49 แอสซิสต์ 10 ดาวยิง

อันดับ 9. ไมเคิลโอเว่น

150 ประตู

โอเว่น ดาวยิง ระดับตำนานของ ลิเวอร์พูล และ ทีมชาติอังกฤษ โอเว่น เป็นดาวเตะลูกหม้อของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เคยค้าแข่งระหว่างปี 1996-2004 ประเดิมลงเล่นตัวจริงนัดแรกให้หงส์แดงขณะที่มีอายุแค่ 17 ปีจนได้รับฉายา “เบบี้โกล์”

ไมเคิลโอเว่น ดาวยิง

“เบบี้โกล์” ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับ ราชันชุดขาว เรอัลมาดริด ยอดทีมจากลาลีก้า สเปน เมื่อปี 2004 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ต้องย้ายกลับมาพรีเมียร์ ลีก อีกครั้งกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 1 ปีให้หลัง โอเว่น สร้างภาพจำที่สาวกเดอะค็อปไม่เคยลืม

ด้วยการย้ายไปอยู่ทีมคู่อริ อย่าง “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 2009 ก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายทีมอีกครั้งและจบชีวิตนักเตะอาชีพลงกับ “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ก ซิตี้ ในปี 2013 ตลอดระยะเวลา 16 ปี จากการลงสนามเกมพรีเมียร์ ลีก 326 นัด เจ้าตัวทำประตูไปทั้งสิ้น 150 ลูก และ 31 แอสซิสต์

โอเว่น ยังเป็นเจ้าของรางวัล “บัลลงดอร์” ในปี 2001 นับว่าเป็นนักเตะชาวอังกฤษคนแรกที่ได้รางวัลนี้ต่อจากเควิน คีแกน ตั่งแต่ปี 1979

นอกจากนี้เคยคว้าตำแหน่งดาวซันโวสูงสุดพรีเมียร์ ลีก 2 สมัย รางวัล นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี ของ PFA และนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี ของ พรีเมียร์ ลีก อีกด้วยบาคาร่า

อันดับ 8. เจอร์เมน เดโฟ

162 ประตู

เจอร์เมน เดโฟ อีกหนึ่งดาวยิงนักพเนจร ในอดตีฝากผลงานกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด , ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ , พอร์ตสมัท , ซันเดอร์แลนด์ และ บอร์นมัธ ปัจจุบัน ค้าแข้งกับ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส

เจอร์เมน เดโฟ ดาวยิง

จากการลงสนามเกมพรีเมียร์ ลีก 496 นัด เจ้าตัวทำประตูไปทั้งสิ้น 162 ลูก และ 33 แอสซิสต์

อันดับ 7. ร็อบบี้ ฟาวเลอร์

163 ประตู

ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ อดีตดาวยิงระดับตำนานของ ลิเวอร์พูล และ ทีมชาติอังกฤษ เจ้าของฉายา “THE GOD” ฟาวเลอร์ อีกหนึ่งนักเตะลูกหม้อลิเวอร์พูล เคยได้รับรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี ของ PFA 1995 และ 1996

ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ดาวยิง

อีกทั้งยังสร้างความฮือฮา ด้วยการเป็นนักเตะ เมืองทอง ยูไนเต็ด สโมสรในไทยลีกในช่วงบั้นปลายอาชีพ ระหว่างปี 2011-2012

ในอดตีฝากผลงานกับ ลิเวอร์พูล , ลีดส์ยูไนเต็ด , แมนฯ ซิตี้ และ แบล็คเบิร์น โรเวอร์สด์ จากการลงสนาม 379 เกมพรีเมียร์ ลีก เจ้าตัวทำประตูไปทั้งสิ้น 163 ลูก และ 39 แอสซิสต์ 10 ดาวยิง

อันดับ 6. เธียร์รี่ อองรี

175 ประตู

เธียร์รี่ อองรี ตำนานดาวยิง ของ อาร์เซน่อล เจ้าตัวย้ายจาก ยูเวนตุส มาอยู่กับ “ไอ้ปืนใหญ่” เมื่อฤดูกาล 1999 ด้วยค่าตัวเพียง 11 ล้านปอนด์

เธียร์รี่ อองรี ดาวยิง

อองรี ค้างแข้งให้กับทีมในพรีเมียร์ ลีก เพียงแค่ทีมเดียว นั่นก็คือ อาร์เซน่อล เขาเคยได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี ของ PFA 2 สมัย เคยได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมพรีเมียร์ ลีก 2 สมัย ดาวซันโวสูงสุด พรีเมียร์ ลีก 4 สมัย

ตลอดระยะเวลา 8 ปี ที่ค้าแข้งที่เกาะอังกฤษ อองรี จากการลงสนาม 258 เกมพรีเมียร์ ลีก เจ้าตัวทำประตูไปทั้งสิ้น 175 ลูก และ 74 แอสซิสต์ บาคาร่า

อันดับ 5. แฟร้งค์ แลมพาร์ด

177 ประตู

แฟร้งค์ แลมพาร์ด อดีตตำนานมิดฟิลด์จอมถล่มประตู ของเชลซี โดยมีลูกยิงที่สอดมาจากแถวสองเป็นเอกลักษณ์ เขาคือนักเตะเพียงหนึ่งเดียว ที่ไม่ใช่นักเตะในตำแหน่งกองหน้า  

แฟร้งค์ แลมพาร์ด

แลมพาร์ด ฝากผลงานกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด , เชลซี และ แมนฯ ซิตี้ ปัจจุบัน ทำหน้าที่กุนซือให้กับเชลซี

ในอดีต แลมพาร์ด เคยได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี จากสมาคมนักข่าว ในปี 2005 นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี ของ PFA จากการโหวตของแฟนบอล และนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี ของ พรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล 2004-2005 10 ดาวยิง

จากการลงสนาม 609 เกมพรีเมียร์ ลีก เจ้าตัวทำประตูไปทั้งสิ้น 177 ลูก และ 102 แอสซิสต์  

อันดับ 4. เซร์คิโอ อเกวโร่ “กุน”

180 ประตู

เซร์คิโอ อเกวโร่ ยอด ดาวยิง ของ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้ “กุน” ย้ายจ้าก แอตเลติโก มาดริด มาอยู่กับ ซิตี้ เมื่อปี 2011 ด้วยค่าตัว 35 ล้านปอนด์

เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน"

เจ้าของดาวซันโวสูงสุด พรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล 2014-2015 จากการลงสนาม 259 เกมพรีเมียร์ ลีก เจ้าตัวทำประตูไปทั้งสิ้น 180 ลูก และ 46 แอสซิสต์ (ข้อมูล ล่าสุด ) และยังมีโอกาสทำสถิติเพิ่มเติมขึ้นได้อีก

อันดับ 3. แอนดี้ โคล

187 ประตู

แอนดี้ โคล อดีตตำนาน ดาวยิง ของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชุด สร้างประวัติศาตร์คว้า ทริปเปิ้ลแชมป์ ฤดูกาล 1998-1999 ยุค เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน

แอนดี้ โคล

โคล คว้าดาวซันโวสูงสุด พรีเมียร์ ลีก ในปี 1994 และ นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี ของ PFA ในปีเดียวกัน จากการลงสนาม 414 เกมพรีเมียร์ ลีก เจ้าตัวทำประตูไปทั้งสิ้น 187 ลูก และ 73 แอสซิสต์ 10 ดาวยิง

อันดับ 2. เวย์น รูนี่ย์

208 ประตู

รูนี่ย์ อีกหนึ่งตำนาน ดาวยิง ของ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฤดูกาล เจ้าตัวย้ายจาก เอฟเวอร์ตัน มาอยู่โรงละครแห่งความฝัน เมื่อฤดูกาล 2004

เวย์น รูนี่ย์

ก่อนสร้างซื่อกับ ยูไนเต็ด ด้วยการคว้ารางวัล นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี ของ PFA 1 สมัย นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี ของ PFA 2 สมัย นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี ของ PFA จากการโหวตของแฟนบอล 2 สมัย และนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี ของ พรีเมียร์ ลีก อีก 1 สมัย

รูนี่ย์ ปัจจุบันค้าแข้ง ให้กับ ดาร์บี้ เคาน์ตี ทีมในลีกแชมเปียนชิพ ของอังกฤษ ในฐานะโค้ชและผู้เล่น จากการลงสนาม 491 เกมพรีเมียร์ ลีก เจ้าตัวทำประตูไปทั้งสิ้น 208 ลูก และ 103 แอสซิสต์  บาคาร่าออนไลน์ 10 ดาวยิง

อันดับ 1. อลัน เชียร์เรอร์

260 ประตู ดาวยิง สูงสุดตลอดกาล

เชียร์เรอร์ ตำนาน ดาวยิง ระดับเจ้าพ่อตัวจริง ของ พรีเมียร์ ลีก เจ้าตัวเคย นำ “กุหลาบไฟ” แบล็คเบิร์น โรเวอร์สด์  ผงาดคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล 1994-1995 ก่อนย้ายไป นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ในปี 1996

อลัน เชียร์เรอร์

เชียร์เรอร์ คว้ารางวัล นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี ของ PFA 2 สมัย นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี ของ สมาคมนักข่าว 1 สมัย นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี ของ พรีเมียร์ ลีก 1 สมัย และ เจ้าของตำแหน่งดาวซันโวสูงสุด พรีเมียร์ ลีก 3 ฤดูกาล

จากการลงสนาม 441 เกมพรีเมียร์ ลีก เจ้าตัวทำประตูไปทั้งสิ้น 260 ลูก และ 64 แอสซิสต์ ซึ่งสถิตของเขา ยังไม่มีใครสามารถทำลายลงได้

108 ศัพท์ฟุตบอล ที่สาวดูบอลต้องรู้

ความสนุกเหนือจินตนาการ ที่นี่ : SLOTXO,UFABET

Pocket Game อันดับหนึ่ง : PG slot

อัพเดทล่าสุด : 17 พฤษภาคม 2022

บทความ

ป้ายกำกับ